ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รู้หรือไม่? เลือดในกายา... คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว!

รู้หรือไม่? เลือดในกายา... คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว!

รู้หรือไม่? เลือดในกายา... คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว!

เคยสงสัยกันบ้างไหมครับว่า ในร่างกายของเรานั้นมีเลือดไหลเวียนอยู่มากน้อยเพียงใด? คำตอบนั้นอาจทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะเลือดที่ดูเหมือนจะมีปริมาณมากมายนั้น คิดเป็นเพียงสัดส่วนเล็ก ๆ ของน้ำหนักตัวเราเท่านั้น!

โดยทั่วไปแล้ว ปริมาณเลือดในร่างกายของมนุษย์จะอยู่ที่ประมาณ 7-8% ของน้ำหนักตัว ซึ่งหมายความว่า หากคุณมีน้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม คุณจะมีเลือดไหลเวียนอยู่ในร่างกายประมาณ 4.2 - 4.8 ลิตร เลือดเหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิต ทำหน้าที่เสมือน "ยานยนต์" ขนส่งออกซิเจน สารอาหาร และภูมิคุ้มกัน ไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย อีกทั้งยังช่วยกำจัดของเสียออกจากร่างกายอีกด้วย

ปัจจัยใดบ้าง... ที่ส่งผลต่อปริมาณเลือด?

แม้จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 7-8% แต่ปริมาณเลือดในร่างกายของแต่ละคนอาจแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ อาทิเช่น:

  1. เพศ โดยทั่วไปเพศชายจะมีปริมาณเลือดมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย เนื่องจากมีมวลกล้ามเนื้อมากกว่า
  2. อายุ เด็กทารกจะมีปริมาณเลือดต่อน้ำหนักตัวมากกว่าผู้ใหญ่ ส่วนผู้สูงอายุอาจมีปริมาณเลือดลดลง
  3. สภาวะสุขภาพ โรคบางชนิด เช่น โรคโลหิตจาง โรคอ้วน หรือภาวะขาดน้ำ สามารถส่งผลต่อปริมาณเลือดในร่างกายได้

เลือด... ไม่ได้มีแค่สีแดงเพียงอย่างเดียว?

หลายคนอาจคุ้นเคยกับสีแดงสดของเลือดที่เห็นเวลาเกิดบาดแผล แต่รู้หรือไม่ว่า "พลาสมา" ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของเลือดนั้นมีสีเหลืองอ่อน! พลาสมามีหน้าที่สำคัญในการลำเลียงเซลล์เม็ดเลือด เกล็ดเลือด สารอาหาร ฮอร์โมน และของเสียต่าง ๆ

นอกจากนี้ องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เลือดมีสีแดงก็คือ "ฮีโมโกลบิน" ในเม็ดเลือดแดง ฮีโมโกลบินทำหน้าที่จับกับออกซิเจน เมื่อฮีโมโกลบินอิ่มตัวด้วยออกซิเจน เลือดจะมีสีแดงสด ในขณะที่เลือดที่มีฮีโมโกลบินจับกับออกซิเจนน้อยจะมีสีแดงคล้ำ

รู้จักส่วนประกอบของเลือดกันเถอะ!

ส่วนประกอบ สัดส่วน หน้าที่
พลาสมา 55% ลำเลียงเซลล์เม็ดเลือด สารอาหาร ฮอร์โมน และของเสีย
เม็ดเลือดแดง 40-45% ลำเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์ต่าง ๆ
เม็ดเลือดขาว น้อยกว่า 1% ทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม
เกล็ดเลือด น้อยกว่า 1% ช่วยให้เลือดแข็งตัวเมื่อเกิดบาดแผล

Fun Fact!

  • หัวใจของมนุษย์สูบฉีดเลือดประมาณ 5 ลิตร ต่อนาที หรือเทียบเท่ากับการเติมน้ำในสระว่ายน้ำขนาดเล็กได้เต็มภายใน 1 ชั่วโมง!
  • เม็ดเลือดแดงมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 120 วัน หลังจากนั้นจะถูกส่งไปทำลายที่ตับและม้าม

ร่างกายของเรานั้นช่างน่าทึ่งจริงๆ นะครับ เลือดเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว กลับมีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตของเราอย่างมาก ดังนั้น การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ย่อมส่งผลดีต่อระบบไหลเวียนเลือดและสุขภาพโดยรวมของเราอย่างแน่นอน!

#เลือด #ร่างกายมนุษย์ #สุขภาพ #น่าทึ่ง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...