ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แฮชแท็ก (#) สัญลักษณ์เล็กๆ ที่ไม่ได้ถูกคิดค้นโดยยักษ์ใหญ่แห่งโลก Twitter

แฮชแท็ก (#) สัญลักษณ์เล็กๆ ที่ไม่ได้ถูกคิดค้นโดยยักษ์ใหญ่แห่งโลก Twitter

แฮชแท็ก (#) สัญลักษณ์เล็กๆ ที่ไม่ได้ถูกคิดค้นโดยยักษ์ใหญ่แห่งโลก Twitter

ในยุคที่โลกโซเชียลมีเดียเฟื่องฟู แฮชแท็ก (#) กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว เราใช้มันเพื่อติดตามหัวข้อที่สนใจ ค้นหาข้อมูล หรือแม้กระทั่งร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกระแสบนโลกออนไลน์ แต่ทราบหรือไม่ว่า สัญลักษณ์เล็กๆ นี้ ไม่ได้ถูกคิดค้นโดย Twitter แพลตฟอร์มที่ทำให้มันโด่งดังเป็นพลุแตก หากแต่เป็นไอเดียของผู้ใช้งาน Twitter คนหนึ่งที่มีชื่อว่า Chris Messina ต่างหาก

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 2007 Chris Messina ได้เสนอไอเดียการใช้เครื่องหมาย # นำหน้าคำหรือวลี เพื่อจัดกลุ่มข้อความบน Twitter ให้ผู้ใช้งานคนอื่นๆ สามารถค้นหาและติดตามหัวข้อที่สนใจได้ง่ายขึ้น ในตอนนั้น Twitter ยังคงเป็นแพลตฟอร์มน้องใหม่ที่เน้นการโพสต์ข้อความสั้นๆ ไม่ได้ซับซ้อนเหมือนในปัจจุบัน

แม้ไอเดียของ Messina จะไม่ได้รับความสนใจจาก Twitter ในตอนแรก แต่ด้วยความสะดวกและเป็นประโยชน์ ทำให้แฮชแท็กค่อยๆ ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้ Twitter จนแพร่หลายไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ ในที่สุด Twitter เองก็เล็งเห็นถึงศักยภาพของแฮชแท็ก จึงได้เริ่มนำมาใช้เป็นฟังก์ชันอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2009 นับตั้งแต่นั้นมา แฮชแท็กก็กลายเป็นส่วนสำคัญของการสื่อสารบนโลกออนไลน์อย่างขาดไม่ได้

ตัวเลขสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับแฮชแท็ก

  • มีการใช้แฮชแท็กบน Twitter มากกว่า 125 ล้านครั้งต่อวัน (ข้อมูลจาก Twitter ปี 2021)
  • ทวีตที่มีแฮชแท็กมีโอกาสได้รับการรีทวีตมากกว่าทวีตที่ไม่มีแฮชแท็ก ถึง 106% (ข้อมูลจาก Buffer)
  • 92% ของแบรนด์ ใช้แฮชแท็กบนโซเชียลมีเดียอย่างน้อย 2-3 แฮชแท็กต่อโพสต์ (ข้อมูลจาก Social Media Examiner)

ตารางแสดง 10 อันดับแฮชแท็กที่ถูกใช้มากที่สุดบน Twitter ในปี 2022 (ข้อมูลจาก Statista)

อันดับ แฮชแท็ก จำนวนครั้งที่ถูกใช้ (พันล้านครั้ง)
1 #Ukraine 200
2 #UkraineWar 90
3 #UkraineRussiaWar 60
4 #RussiaUkraineWar 50
5 #Putin 40
6 #NATO 35
7 #Zelensky 30
8 #StandWithUkraine 25
9 #StopRussia 20
10 #RussianUkrainianWar 15

จะเห็นได้ว่า แฮชแท็กมีอิทธิพลอย่างมากต่อการสื่อสารในโลกปัจจุบัน จากสัญลักษณ์เล็กๆ ที่ผู้คนในยุคแรกมองข้าม กลับกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่เชื่อมโยงผู้คนและข้อมูลเข้าไว้ด้วยกันอย่างแยกไม่ออก

#แฮชแท็ก #Twitter #ChrisMessina #โซเชียลมีเดีย

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...