ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ออกรายงานแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการขาดความเป็นอิสระของคณะกรรมการบริหารในธนาคารหลายแห่งทั่วยุโรป โดยชี้ว่าปัญหาดังกล่าวเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการปรับปรุงธรรมาภิบาลและการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพของธนาคาร
รายงานของ ECB ระบุว่า ปัญหาที่พบได้บ่อยครั้งคือ การที่สมาชิกคณะกรรมการบริหารของธนาคารจำนวนมากมักมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร ส่งผลให้ขาดความเป็นกลางในการตัดสินใจ และไม่สามารถทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารงานของธนาคารได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การขาดความหลากหลายในคณะกรรมการบริหาร และการขาดความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในหมู่สมาชิก
ผลการศึกษาของ ECB สอดคล้องกับงานวิจัยจำนวนมากที่ชี้ให้เห็นว่า บริษัทที่มีคณะกรรมการบริหารที่มีความเป็นอิสระสูง มักมีผลประกอบการที่ดีกว่า มีความเสี่ยงทางการเงินต่ำกว่า และมีแนวโน้มที่จะประพฤติตนอย่างมีจริยธรรมมากกว่าบริษัทที่มีคณะกรรมการบริหารที่ขาดความเป็นอิสระ ตัวอย่างเช่น งานวิจัยของ McKinsey & Company พบว่า บริษัทที่มีคะแนนธรรมาภิบาลสูง มีโอกาสสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น (ROE) มากกว่าบริษัทที่มีคะแนนธรรมาภิบาลต่ำกว่าถึง 28%
ECB เรียกร้องให้ธนาคารต่าง ๆ เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยด่วน โดยแนะนำให้ธนาคารพิจารณาดำเนินการดังต่อไปนี้
- กำหนดนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับความเป็นอิสระของคณะกรรมการบริหาร
- เพิ่มจำนวนสมาชิกคณะกรรมการบริหารที่เป็นอิสระ
- ส่งเสริมความหลากหลายในคณะกรรมการบริหาร
- จัดให้มีการฝึกอบรมสมาชิกคณะกรรมการบริหารอย่างสม่ำเสมอ
- สร้างกลไกการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารอย่างเป็นระบบ
ECB ย้ำว่า การปรับปรุงธรรมาภิบาลและความเป็นอิสระของคณะกรรมการบริหารเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเสถียรภาพของระบบธนาคารและเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนสูงเช่นในปัจจุบัน
* ข้อมูลอ้างอิง:
- European Central Bank. (2023). Financial Stability Review.
- McKinsey & Company. (2020). Governance in the spotlight: Is there a payoff for getting it right?
#ธนาคาร #ธรรมาภิบาล