ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หรือเมืองไทยจะกลายเป็น ‘เซฟเฮาส์โลก’ ชาวเมียนมาแห่ซื้อคอนโดฯ ในไทย สะท้อนอะไร ?


หรือเมืองไทยจะกลายเป็น ‘เซฟเฮาส์โลก’ ชาวเมียนมาแห่ซื้อคอนโดฯ ในไทย สะท้อนอะไร ?

ปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ไทยช่วงปีที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นกระแสข่าว “ชาวต่างชาติแห่ซื้ออสังหาฯ ไทย” โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง “เมียนมา” ซึ่งสร้างความเคลื่อนไหวให้กับตลาดอย่างเห็นได้ชัด ตัวเลขการซื้อขายที่พุ่งสูงขึ้นย่อมสะท้อนอะไรบางอย่าง เกิดคำถามตามมาว่า หรือเมืองไทยกำลังจะกลายเป็น “เซฟเฮาส์โลก” ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ บทความนี้นำเสนอมุมมองเชิงลึก เบื้องหลังปรากฏการณ์ดังกล่าว พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

เมียนมา กับ การลงทุนในอสังหาฯ ไทย

ประเทศไทยและเมียนมามีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมายาวนาน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวเมียนมา ทั้งในแง่ของการท่องเที่ยว การศึกษา และที่น่าสนใจคือ การลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ รายงานว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมา ชาวเมียนมาครองแชมป์อันดับหนึ่งในการซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทย คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัย รองลงมาคือ ปล่อยเช่า และเก็งกำไร

ปัจจัยหนุน “ไทย” ผงาด “เซฟเฮาส์”

อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชาวเมียนมานิยมซื้ออสังหาฯ ในไทย คำตอบอาจมีความซับซ้อน แต่สามารถสรุปเป็นปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้

  1. เสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องความสงบสุข มีเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ดีกว่าเมียนมา ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับความผันผวนทางการเมือง
  2. ค่าครองชีพไม่สูงนัก ประเทศไทยมีค่าครองชีพที่ค่อนข้างต่ำกว่าหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ ฮ่องกง หรือแม้แต่ในยุโรป
  3. ระบบสาธารณูปโภคที่สะดวกสบาย ประเทศไทยมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบขนส่งมวลชน โรงพยาบาล หรือสถานศึกษา
  4. วัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน ประเทศไทยและเมียนมามีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน ทำให้ชาวเมียนมารู้สึกคุ้นเคยและปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตในไทยได้ง่าย
  5. กฎหมายที่เอื้อต่อการลงทุนของชาวต่างชาติ ประเทศไทยมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอสังหาริมทรัพย์

ตารางเปรียบเทียบราคาคอนโดมิเนียมในไทยและเมียนมา

ประเภท ราคาเฉลี่ยในไทย (ล้านบาท) ราคาเฉลี่ยในเมียนมา (ล้านบาท)
คอนโดมิเนียมระดับล่าง 2-5 1-3
คอนโดมิเนียมระดับกลาง 5-10 3-6
คอนโดมิเนียมระดับบน 10 ขึ้นไป 6 ขึ้นไป

หมายเหตุ: ราคาอาจแตกต่างกันไปตามทำเล ขนาด และสิ่งอำนวยความสะดวก

ผลกระทบและความท้าทาย

ปรากฏการณ์ “ชาวต่างชาติแห่ซื้ออสังหาฯ ไทย” ย่อมส่งผลกระทบทั้งในแง่บวกและลบ ในแง่บวก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด สร้างงาน สร้างรายได้ ในทางกลับกัน อาจส่งผลให้ราคาอสังหาฯ สูงขึ้น คนไทยเข้าถึงบ้านได้ยากขึ้น เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายในเรื่องการบริหารจัดการ การดูแลความมั่นคง และการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างคนในชาติและชาวต่างชาติ

บทสรุป

การที่ประเทศไทยกลายเป็น “เซฟเฮาส์” ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอสังหาริมทรัพย์ เป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ภาครัฐต้องมีมาตรการรองรับ ทั้งในแง่ของการส่งเสริมการลงทุน การดูแลผลประโยชน์ของคนไทย และการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

#เซฟเฮาส์ #อสังหาฯ #เมียนมา #ลงทุน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...