ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จอร์จ วอชิงตัน กับ ความหลงใหลในเบียร์: โรงเบียร์ประธานาธิบดีแห่งเมาท์เวอร์นอน

จอร์จ วอชิงตัน กับ ความหลงใหลในเบียร์: โรงเบียร์ประธานาธิบดีแห่งเมาท์เวอร์นอน

จอร์จ วอชิงตัน กับ ความหลงใหลในเบียร์: โรงเบียร์ประธานาธิบดีแห่งเมาท์เวอร์นอน

เมื่อเอ่ยถึง จอร์จ วอชิงตัน บิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐอเมริกา ภาพลักษณ์ที่ผุดขึ้นในมโนสำนึกของคนส่วนใหญ่มักเป็นชายร่างสูงสง่า นั่งบนหลังม้าคอยบัญชาการทัพอย่างองอาจ หรือไม่ก็ภาพของผู้นำที่สุขุมรอบคอบ กำลังจรดปากกาลงนามในเอกสารสำคัญ แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังภาพลักษณ์อันเคร่งขรึมนั้น จอร์จ วอชิงตัน มีมุมที่น่าสนใจและคาดไม่ถึงซ่อนอยู่ นั่นคือ ความชื่นชอบในรสชาติอันเข้มข้นของเบียร์ จนถึงขั้นมีโรงเบียร์เป็นของตัวเองที่เมาท์เวอร์นอน บ้านพักแสนรักของท่านประธานาธิบดี

ในยุคศตวรรษที่ 18 เบียร์ถือเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในหมู่ชาวอาณานิคมอเมริกัน ไม่เว้นแม้แต่ชนชั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเบียร์ที่ผลิตในประเทศอังกฤษ บันทึกทางประวัติศาสตร์เผยให้เห็นว่า วอชิงตันเริ่มลิ้มลองเบียร์ครั้งแรกตั้งแต่อายุ 15 ปี และในสมุดบันทึกของเขาเมื่อปี ค.ศ. 1757 ช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหาร ยังปรากฏรายการสั่งซื้อเบียร์จำนวนมากถึง 1,000 แกลลอน เพื่อเป็นเสบียงให้กับทหารในกองทัพอีกด้วย

ความหลงใหลในเบียร์ของวอชิงตันไม่ได้หยุดอยู่แค่การดื่ม หลังจบสงครามปฏิวัติอเมริกันในปี ค.ศ. 1783 วอชิงตันผันตัวจากวีรบุรุษสงคราม กลับมาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในฐานะเจ้าของไร่ที่เมาท์เวอร์นอน เขาเริ่มทดลองปลูกข้าวต่างๆ รวมถึงข้าวบาร์เลย์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเบียร์ ในปี ค.ศ. 1797 วอชิงตันตัดสินใจสร้างโรงเบียร์ขนาดย่อมขึ้นภายในบริเวณบ้านพัก โดยจ้างช่างทำเบียร์ชาวสก็อตแลนด์มาดูแลกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน

สูตรลับของประธานาธิบดี

น่าเสียดายที่สูตรการผลิตเบียร์ของวอชิงตันสูญหายไปตามกาลเวลา เรารู้เพียงว่าเบียร์ที่ผลิตในโรงเบียร์เมาท์เวอร์นอนได้รับความนิยมอย่างมาก มีบันทึกว่าแขกเหรื่อที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนบ้านพักของอดีตประธานาธิบดีต่างได้รับการต้อนรับอย่างดีด้วยเบียร์รสเลิศ แม้แต่นักการทูตจากต่างแดนก็ยังเอ่ยปากชมถึงรสชาติอันโดดเด่นของเบียร์เมาท์เวอร์นอน

มรดกตกทอดจากโรงเบียร์เมาท์เวอร์นอน

แม้โรงเบียร์ของวอชิงตันจะเลิกดำเนินการไปหลังจากเขาเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1799 แต่เรื่องราวของโรงเบียร์ประธานาธิบดีแห่งเมาท์เวอร์นอนยังคงเป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ สะท้อนให้เห็นถึงอีกแง่มุมหนึ่งของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ และในปี ค.ศ. 1998 มูลนิธิ Mount Vernon Ladies' Association ตัดสินใจฟื้นฟูโรงเบียร์ขึ้นมาใหม่ โดยอาศัยข้อมูลทางประวัติศาสตร์และเทคนิคการผลิตเบียร์ในสมัยศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันโรงเบียร์แห่งนี้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม และยังผลิตเบียร์หลากหลายชนิดวางจำหน่าย ภายใต้ชื่อแบรนด์ "George Washington's Tavern Porter" เพื่อรำลึกถึงตำนานโรงเบียร์ของอดีตประธานาธิบดีผู้หลงใหลในรสชาติของเบียร์


ปี ค.ศ. เหตุการณ์สำคัญ
1757 วอชิงตันสั่งซื้อเบียร์ 1,000 แกลลอนสำหรับกองทัพ
1783 วอชิงตันกลับไปใช้ชีวิตที่เมาท์เวอร์นอนหลังสงคราม
1797 วอชิงตันสร้างโรงเบียร์ที่เมาท์เวอร์นอน
1799 วอชิงตันเสียชีวิต
1998 โรงเบียร์เมาท์เวอร์นอนได้รับการฟื้นฟู

#GeorgeWashington #เบียร์ #ประวัติศาสตร์ #เมาท์เวอร์นอน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...