ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รู้หรือไม่? กุ้งกว่า 90% ของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "กุ้ง" อาจไม่ได้มีหัวใจอยู่ที่หัว!


รู้หรือไม่? กุ้งกว่า 90% ของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "กุ้ง" อาจไม่ได้มีหัวใจอยู่ที่หัว!

รู้หรือไม่? กุ้งกว่า 90% ของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "กุ้ง" อาจไม่ได้มีหัวใจอยู่ที่หัว!

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินประโยคสุดคลาสสิคที่ว่า “หัวใจของกุ้งอยู่ที่หัว” ซึ่งสร้างความฉงนสงสัยให้กับใครหลายคนมาตั้งแต่เด็ก แต่รู้หรือไม่ว่า ความจริงแล้ว อาจมีกุ้งเพียงไม่ถึง 10% เท่านั้น ที่มีหัวใจอยู่บนหัว! แล้วกุ้งที่เหลือล่ะ หัวใจของพวกมันอยู่ที่ไหน?

ทำไมเราถึงเข้าใจผิดว่าหัวใจกุ้งอยู่ที่หัว?


ความเข้าใจผิดที่ว่า “หัวใจกุ้งอยู่ที่หัว” นั้น เกิดจากลักษณะทางกายวิภาคที่แตกต่างจากมนุษย์ โดยทั่วไปแล้ว อวัยวะภายในของสัตว์จำพวกกุ้ง (Crustaceans) จะรวมกันอยู่บริเวณส่วนหัว ซึ่งเรียกว่า Cephalothorax ทำให้ดูเหมือนหัวใจอยู่ที่หัว

แล้วหัวใจของกุ้งส่วนใหญ่อยู่ที่ไหน?


แท้จริงแล้ว หัวใจของกุ้งไม่ได้อยู่ “บน” หัว แต่จะอยู่ใน ช่องว่างบริเวณส่วนบนของตัว ใกล้กับส่วนหัวมากกว่า โดยตำแหน่งที่แน่ชัดจะแตกต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์

กุ้งกี่ชนิดกันแน่ ที่มีหัวใจอยู่บนหัว?


จากข้อมูลของนักวิทยาศาสตร์พบว่า มีกุ้งเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น ที่มีหัวใจอยู่ "บน" หัวจริง ๆ ตัวอย่างเช่น

  • ไรน้ำ (Water Flea)
  • กุ้งแฟรี่ (Fairy Shrimp)

ซึ่งสัตว์จำพวกนี้ มักมีขนาดเล็กมาก และไม่ใช่กุ้งที่คนไทยนิยมรับประทาน

Fun Facts เกี่ยวกับหัวใจของกุ้ง!


เรื่องน่ารู้ รายละเอียด
หัวใจกุ้งมีกี่ห้อง? กุ้งส่วนใหญ่มีหัวใจเพียง 1 ห้อง
เลือดกุ้งมีสีอะไร? เลือดกุ้งมีสีฟ้าอ่อน!
หัวใจกุ้งเต้นเร็วแค่ไหน? หัวใจของกุ้งบางชนิดเต้นเร็วถึง 150 ครั้งต่อนาที

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเรื่องราวของหัวใจกุ้ง ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน ถึงแม้ความเชื่อที่ว่า “หัวใจกุ้งอยู่ที่หัว” อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่ทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์โลกมากขึ้น

#กุ้ง #หัวใจ #เรื่องน่ารู้ #สัตว์โลก

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...