สับปะรด ผลไม้เมืองร้อนรสชาติหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอมเย้ายวนใจ เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน นอกจากความอร่อยที่สัมผัสได้แล้ว สับปะรดยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มหาศาลต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของระบบย่อยอาหาร
หนึ่งในคุณสมบัติที่น่าทึ่งของสับปะรด คือ การมีส่วนช่วยในการย่อยอาหาร โดยสับปะรดมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “โบรมีเลน” (Bromelain) ซึ่งเอนไซม์ชนิดนี้มีบทบาทสำคัญในการย่อยโปรตีน ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมโปรตีนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
โบรมีเลน: เอนไซม์มหัศจรรย์ สรรพคุณเกินคาดคิด
โบรมีเลน ไม่ได้มีดีแค่ช่วยย่อยโปรตีนเท่านั้น แต่ยังมีงานวิจัยพบว่า โบรมีเลนมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยลดอาการบวม ลดอาการปวด และช่วยสมานแผลได้อีกด้วย จากงานวิจัยของ Taussig SJ, และ Batkin S. ในปี 1988 พบว่า โบรมีเลนสามารถลดอาการบวมหลังผ่าตัดได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่บ่งชี้ว่า โบรมีเลนมีส่วนช่วยในการรักษาโรคข้ออักเสบ ลดอาการปวดประจำเดือน และช่วยบรรเทาอาการของโรคลำไส้อักเสบได้อีกด้วย
สับปะรด: สุดยอดผลไม้ สู่การบรรเทาอาการท้องอืด
ปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ นับเป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญใจให้กับใครหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่า สับปะรดสามารถช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ ด้วยคุณสมบัติของเอนไซม์โบรมีเลนที่ช่วยย่อยโปรตีน จึงช่วยลดการเกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ นั่นเอง
นอกจากนี้ สับปะรดยังอุดมไปด้วยใยอาหาร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการขับถ่าย ลดปัญหาท้องผูก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของอาการท้องอืดได้อีกด้วย
สับปะรด: เลือกกินอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด
การกินสับปะรดให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรกินสับปะรดสด หลังอาหารประมาณ 1-2 ชิ้นเล็ก หลีกเลี่ยงการกินสับปะรดในปริมาณมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองในช่องปากได้ สำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคกระเพาะอาหาร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
| คุณค่าทางโภชนาการของสับปะรด 100 กรัม |
|---|
| พลังงาน: 50 กิโลแคลอรี่ |
| คาร์โบไฮเดรต: 13.12 กรัม |
| โปรตีน: 0.54 กรัม |
| วิตามินซี: 47.8 มิลลิกรัม |
| แมงกานีส: 0.926 มิลลิกรัม |
รู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมหันมาลิ้มลองรสชาติอันแสนอร่อย พร้อมทั้งรับเอาคุณประโยชน์ดีๆ จากสับปะรดกันนะคะ
#สับปะรด #โบรมีเลน #ย่อยอาหาร #ท้องอืด