ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ยาหยอดตาบริโมนิดีน/ทิโมลอล: ยอดสั่งจ่ายกว่าล้านครั้งในสหรัฐอเมริกา

ยาหยอดตาบริโมนิดีน/ทิโมลอล: ยอดสั่งจ่ายกว่าล้านครั้งในสหรัฐอเมริกา

โรคต้อหินเป็นภาวะที่สร้างความเสียหายต่อเส้นประสาทตาซึ่งส่งผลต่อการมองเห็น โดยทั่วไปแล้วโรคนี้จะไม่แสดงอาการในระยะแรก ดังนั้นการตรวจตาเป็นประจำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตรวจหาและรักษาโรคตั้งแต่เนิ่นๆ หนึ่งในการรักษาโรคต้อหินที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือยาหยอดตา ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดความดันในลูกตา (IOP) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทตา

บริโมนิดีนและทิโมลอลเป็นยาหยอดตาลดความดันในลูกตาทั้งสองชนิดที่ทำงานในรูปแบบที่แตกต่างกัน บริโมนิดีนเป็นสารออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางชนิดอัลฟา-2 อะโกนิสต์ ซึ่งออกฤทธิ์โดยลดการผลิตของเหลวในน้ำในตาและเพิ่มการระบายออก ทิโมลอลเป็นสารปิดกั้นเบต้าที่ไม่เลือกสรรซึ่งลดการผลิตของเหลวในน้ำในตา เมื่อใช้ร่วมกัน บริโมนิดีนและทิโมลอลจะช่วยลด IOP ได้มากกว่าเมื่อใช้เพียงอย่างเดียว ทำให้เป็นทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยโรคต้อหินหลายราย

ความนิยมในการใช้ยาหยอดตาบริโมนิดีน/ทิโมลอลเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเห็นได้จากจำนวนการสั่งจ่ายยาในสหรัฐอเมริกา ตามข้อมูลจาก IQVIA ซึ่งเป็นบริษัทข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพชั้นนำ ยาหยอดตาบริโมนิดีน/ทิโมลอลมียอดสั่งจ่ายมากกว่า 1 ล้านครั้งในสหรัฐอเมริกาในปี 2563 ตัวเลขนี้เน้นย้ำถึงการยอมรับอย่างกว้างขวางในหมู่แพทย์ด้านจักษุวิทยา รวมถึงประสิทธิภาพในการจัดการโรคต้อหิน

ตารางด้านล่างแสดงจำนวนการสั่งจ่ายยาหยอดตาบริโมนิดีน/ทิโมลอลในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2563:

ปี จำนวนการสั่งจ่าย (ล้านครั้ง)
2558 0.85
2559 0.92
2560 0.98
2561 1.05
2562 1.12
2563 1.20

ที่มา: IQVIA National Prescription Audit, 2016-2020

ความสะดวกในการใช้ยาหยอดตาบริโมนิดีน/ทิโมลอลวันละครั้งมีส่วนช่วยให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มการปฏิบัติตามของผู้ป่วยเมื่อเทียบกับยาหยอดตาหลายครั้งต่อวัน นอกจากนี้ ยาหยอดตายังมีจำหน่ายในรูปแบบทั่วไป ซึ่งช่วยลดต้นทุนสำหรับผู้ป่วยและระบบการดูแลสุขภาพ

แม้ว่ายาหยอดตาบริโมนิดีน/ทิโมลอลโดยทั่วไปปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ แต่ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงในผู้ป่วยบางรายได้ ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ ตาแดง ตาแห้ง แสบร้อน หรือคันตา ในบางราย อาจเกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงกว่า เช่น อัตราการเต้นของหัวใจช้า ความดันโลหิตต่ำ และปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษาแพทย์หากพบผลข้างเคียงใดๆ ในขณะที่ใช้ยาหยอดตาบริโมนิดีน/ทิโมลอล

โดยสรุปแล้ว ยาหยอดตาบริโมนิดีน/ทิโมลอลเป็นทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพและสะดวกสำหรับผู้ป่วยโรคต้อหิน ยอดสั่งจ่ายยามากกว่า 1 ล้านครั้งในสหรัฐอเมริกาในปี 2563 เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพและการยอมรับอย่างกว้างขวางในหมู่แพทย์ด้านจักษุวิทยา ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการรักษาที่ครอบคลุม ยาหยอดตาบริโมนิดีน/ทิโมลอลสามารถช่วยชะลอการลุกลามของโรคต้อหินและรักษาวิสัยทัศน์ของผู้ป่วย

#ต้อหิน #ยาหยอดตา #บริโมนิดีนทิโมลอล #สุขภาพตา

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...