ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พลังของอัตลักษณ์: การรวมตัวสนับสนุนคามาลา แฮร์ริส จากกลุ่มหญิงผิวสี ชายผิวขาว และคนรักแมว

พลังของอัตลักษณ์: การรวมตัวสนับสนุนคามาลา แฮร์ริส จากกลุ่มหญิงผิวสี ชายผิวขาว และคนรักแมว

พลังของอัตลักษณ์: การรวมตัวสนับสนุนคามาลา แฮร์ริส จากกลุ่มหญิงผิวสี ชายผิวขาว และคนรักแมว

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาปี 2020 ได้สร้างปรากฏการณ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง นอกจากจะเป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่ดุเดือดแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของอัตลักษณ์และการรวมกลุ่มของผู้คนที่มีความหลากหลาย คามาลา แฮร์ริส ผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต ได้รับแรงสนับสนุนอย่างล้นหลามจากกลุ่มคนหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นหญิงผิวสี ชายผิวขาว หรือแม้แต่กลุ่มคนรักแมว บทความนี้จะพาไปสำรวจถึงสาเหตุที่กลุ่มคนเหล่านี้เลือกที่จะสนับสนุนแฮร์ริส และอิทธิพลของอัตลักษณ์ที่มีต่อการตัดสินใจทางการเมือง

หญิงผิวสี: แรงบันดาลใจจาก "ผู้หญิงคนแรก"

แฮร์ริส เป็นผู้หญิงเชื้อสายเอเชียใต้และแอฟริกันอเมริกันคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีจากพรรคการเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ ความสำเร็จนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับหญิงผิวสีทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงสาวรุ่นใหม่ ที่มองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ในการก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในเวทีการเมือง

จากผลสำรวจของ Pew Research Center พบว่า 87% ของหญิงผิวสีที่ลงคะแนนเสียงให้กับโจ ไบเดน ในการเลือกตั้งปี 2020 สนับสนุนแฮร์ริส ในขณะที่ 73% ของหญิงผิวสีทั้งหมดกล่าวว่า พวกเขารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นผู้หญิงผิวสีลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี

ชายผิวขาว: เสียงสนับสนุนจากกลุ่มที่คาดไม่ถึง

แฮร์ริส ไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้หญิงผิวสีเท่านั้น แต่ยังได้รับเสียงสนับสนุนอย่างเหนือความคาดหมายจากกลุ่มชายผิวขาวอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายผิวขาวที่มีการศึกษาสูงและอาศัยอยู่ในเขตเมือง

จากการวิเคราะห์ข้อมูลการเลือกตั้งโดย The New York Times พบว่า ไบเดน-แฮร์ริส ได้รับคะแนนเสียงจากชายผิวขาวในเขตชานเมืองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับฮิลลารี คลินตัน ในการเลือกตั้งปี 2016 สิ่งนี้อาจสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มชายผิวขาวบางส่วน ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ และมองหาผู้นำที่มีความหลากหลายและเข้าใจปัญหาของคนทุกกลุ่ม

คนรักแมว: พลังของ "มุ้งมิ้ง" ในการเมือง

สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือการเกิดขึ้นของกลุ่มสนับสนุนแฮร์ริสที่เรียกตัวเองว่า "Cat Ladies for Kamala" ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนรักแมว ที่ชื่นชอบในตัวตนที่เป็นกันเองและรักสัตว์ของแฮร์ริส

แม้จะเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ แต่ "Cat Ladies for Kamala" ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการที่อัตลักษณ์และความสนใจส่วนตัว สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากภูมิหลังที่แตกต่างกันให้มารวมตัวกันเพื่อสนับสนุนผู้สมัครคนเดียวกันได้

ตารางเปรียบเทียบคะแนนนิยม

กลุ่มประชากร ไบเดน-แฮร์ริส (2020) คลินตัน-เคน (2016)
หญิงผิวสี 87% 82%
ชายผิวขาว (เขตชานเมือง) 54% 48%
คนรักแมว ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูล

การรวมตัวสนับสนุนแฮร์ริสจากกลุ่มคนหลากหลายกลุ่ม สะท้อนให้เห็นถึงพลังของอัตลักษณ์ในการเมืองยุคใหม่ ผู้คนไม่ได้ตัดสินใจเลือกผู้นำเพียงเพราะนโยบายของพรรคการเมืองอีกต่อไป แต่อิทธิพลจากภูมิหลังทางสังคม เพศ วัฒนธรรม และความสนใจส่วนตัว ล้วนมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางทางการเมือง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่น่าติดตามต่อไปในอนาคต

#การเมืองอเมริกา #คามาลาแฮร์ริส #อัตลักษณ์ #การเลือกตั้ง2020

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...