ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

‘แสงวาบ…แล้วบ้านก็พัง’… ผู้รอดชีวิตจากฮิโรชิมาเปิดความเงียบหลัง 79 ปี นับจากนิวเคลียร์เผาใบหน้าผู้คนเป็น ‘คนจระเข้’

‘แสงวาบ…แล้วบ้านก็พัง’… ผู้รอดชีวิตจากฮิโรชิมาเปิดความเงียบหลัง 79 ปี นับจากนิวเคลียร์เผาใบหน้าผู้คนเป็น ‘คนจระเข้’

‘แสงวาบ…แล้วบ้านก็พัง’… ผู้รอดชีวิตจากฮิโรชิมาเปิดความเงียบหลัง 79 ปี นับจากนิวเคลียร์เผาใบหน้าผู้คนเป็น ‘คนจระเข้’


วันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 เวลา 8:15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนโลกได้เกิดขึ้น เมื่อสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูชื่อ “ลิตเติลบอย” ลงบนเมืองที่เต็มไปด้วยพลเมืองนับแสน ผลลัพธ์ที่ตามมาคือหายนะอัน khủng khiếp ผู้คนกว่า 80,000 คน เสียชีวิตในทันที และอีกหลายหมื่นคนต้องเผชิญกับบาดแผลจากกัมมันตภาพรังสี และผลกระทบระยะยาวที่สืบทอดไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน

ท่ามกลางความโกลาหลและความสิ้นหวัง มีเรื่องราวของผู้รอดชีวิตที่ต้องจดจำเหตุการณ์อันเลวร้ายนี้ไปตลอดชีวิต หนึ่งในนั้นคือเรื่องราวของ ทานิกุจิ สึโทมุ (Taniguchi Tsutomu) เด็กชายวัยเพียง 16 ปีในขณะนั้น เขาเป็นพยานผู้เห็นเหตุการณ์ระเบิดอย่างใกล้ชิด ขณะกำลังขี่จักรยานไปส่งจดหมาย แสงวาบและแรงระเบิดม๎านได้เหวี่ยงเขาตกจากจักรยาน และได้รับบาดแผลไฟไหม้อย่างรุนแรงทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหลังของเขา ที่กลายเป็นแผลไหม้ขนาดใหญ่ที่ไม่มีวันหายดี

ทานิกุจิใช้เวลาหลายปีในโรงพยาบาล ต่อสู้กับความเจ็บปวดทรมานจากแผลไฟไหม้ และการติดเชื้อเรื้อรัง เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดหลายครั้ง และต้องนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงเป็นเวลานาน จนหลังของเขางอผิดรูป เขาไม่สามารถเหยียดหลังได้อย่างคนปกติ และต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการแทรกซ้อนทางสุขภาพต่าง ๆ ตลอดชีวิต

เรื่องราวของทานิกุจิเป็นเพียงหนึ่งในหลายพันเรื่องราวของผู้รอดชีวิตจากฮิโรชิมา ที่ต้องเผชิญกับความสูญเสีย ความเจ็บปวด และบาดแผลทางใจ ที่ไม่มีวันลบเลือน พวกเขาคือพยานชีวิต ที่เตือนใจให้โลกรู้ถึงภัยพิบัติจากอาวุธนิวเคลียร์ และเรียกร้องให้มนุษยชาติยุติการใช้อาวุธร้ายแรงนี้ตลอดไป

หนึ่งในภาพที่น่าตกใจที่สุดจากเหตุการณ์ฮิโรชิมา คือ ภาพของ “ผู้คนจระเข้” (Hibakusha) ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกผู้รอดชีวิต ที่ได้รับผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสี จนผิวหนังไหม้เกรียม เป็นตุ่มพุพอง และลอกหลุดออก เผยให้เห็นเนื้อด้านใน สร้างความเจ็บปวดแสนสาหัส

ภาพถ่ายของ โยชิโตะ มัตสึชิเกะ (Yoshito Matsushige) ที่ถ่ายโดย ชินอิจิ ซูซูกิ (Shinichi Suzuki) ช่างภาพกองทัพสหรัฐฯ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความโหดร้ายของระเบิดปรมาณู ภาพของชายหนุ่มที่ร่างกายเต็มไปด้วยแผลไหม้ นั่งอยู่บนพื้นอย่างสิ้นหวัง สะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงคราม และผลกระทบอันเลวร้ายของอาวุธนิวเคลียร์ ที่มีต่อมนุษยชาติ

เหตุการณ์ฮิโรชิมาและนางาซากิ เป็นโศกนาฏกรรมที่โลกต้องจดจำ และเป็นบทเรียนที่เตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของสันติภาพ และการยุติการใช้อาวุธนิวเคลียร์ เรื่องราวของผู้รอดชีวิต เช่น ทานิกุจิ คือเสียงสะท้อนจากอดีต ที่กระตุ้นเตือนให้เราร่วมกันสร้างอนาคตที่ปราศจากอาวุธร้ายแรงนี้

#ฮิโรชิมา #สงคราม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...