ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กว่าจะรู้ตัวก็หมดเวลาไป 6 ปี! กับโลกแห่งเกมที่คุณอาจจะ (หรือไม่ก็ไม่) คุ้นเคย

กว่าจะรู้ตัวก็หมดเวลาไป 6 ปี! กับโลกแห่งเกมที่คุณอาจจะ (หรือไม่ก็ไม่) คุ้นเคย

กว่าจะรู้ตัวก็หมดเวลาไป 6 ปี! กับโลกแห่งเกมที่คุณอาจจะ (หรือไม่ก็ไม่) คุ้นเคย

เชื่อหรือไม่ว่า ตลอดช่วงชีวิตของคนเรา เราใช้เวลาไปกับการเล่นเกมมากถึง 6 ปีเต็ม! ตัวเลขนี้อาจฟังดูเหมือนมาก แต่เมื่อพิจารณาถึงบทบาทของเกมในสังคมปัจจุบันที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ก็ไม่น่าแปลกใจที่หลายคนใช้เวลาส่วนหนึ่งไปกับการท่องไปในโลกเสมือนจริงเหล่านี้ จากงานวิจัยของ Limelight Network ในปี 2018 พบว่าเกมเมอร์ทั่วโลกใช้เวลาเล่นเกมเฉลี่ย 6 ชั่วโมง 20 นาทีต่อสัปดาห์ ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาแล้ว ก็เทียบเท่ากับการใช้เวลาประมาณ 6 ปีในช่วงชีวิตของคนๆ หนึ่ง

แต่ 6 ปีที่ว่านี้ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องเป็น “เกมเมอร์ตัวยง” ที่ใช้ชีวิตจมอยู่หน้าจอตลอดเวลา ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของผู้เล่นเกมในปัจจุบัน ตั้งแต่เด็กเล็กที่เล่นเกมฝึกทักษะ ไปจนถึงผู้สูงอายุที่เล่นเกมเพื่อผ่อนคลาย รวมถึงผู้คนหลากหลายอาชีพที่หันมาเล่นเกมในเวลาว่างมากขึ้น

เกมไม่ได้มีแค่ความสนุก... แต่ยังมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

หลายคนอาจมองว่าการเล่นเกมเป็นกิจกรรมที่เปลืองเวลา แต่ในความเป็นจริงแล้ว เกมมีประโยชน์มากกว่าที่คิด งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าการเล่นเกมอย่างเหมาะสม สามารถช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ เช่น ทักษะการแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม และการตัดสินใจ ตัวอย่างเช่น เกมแนววางแผน (Strategy Games) สามารถช่วยพัฒนาทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ การบริหารจัดการทรัพยากร และการวางแผนล่วงหน้า

นอกจากนี้ เกมยังเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ และสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น เกมออนไลน์เปิดโอกาสให้ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ได้มาพบปะ พูดคุย และร่วมมือกันทำภารกิจต่างๆ สร้างมิตรภาพและเครือข่ายทางสังคม

รู้จักกับ “Hyper Casual Gamers” กลุ่มผู้เล่นที่ใช้เวลาในโลกแห่งเกมสั้นๆ แต่ทรงพลัง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการเกมได้ให้กำเนิดกลุ่มผู้เล่นกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า “Hyper Casual Gamers” ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่นิยมเล่นเกมง่ายๆ ใช้เวลาเล่นไม่นาน แต่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เกมประเภทนี้ เช่น เกมเรียงลูกกวาด เกมวิ่ง เกมจับคู่ มักมีรูปแบบการเล่นที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และใช้เวลาเล่นในแต่ละครั้งไม่นาน

แม้ว่า “Hyper Casual Gamers” จะใช้เวลาเล่นเกมในแต่ละครั้งไม่นาน แต่จำนวนรวมของผู้เล่นกลุ่มนี้กลับมีจำนวนมหาศาล จากรายงานของ Global Games Market Report ในปี 2021 พบว่า เกมมือถือ (Mobile Games) มีจำนวนผู้เล่นมากที่สุดในโลก โดยมีรายได้สูงถึง 93.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความนิยมของเกมประเภท Hyper Casual Games นั่นเอง

6 ปีในโลกแห่งเกม... สั้นหรือยาว? ขึ้นอยู่กับมุมมอง

การที่คนเราใช้เวลา 6 ปีในชีวิตไปกับการเล่นเกม อาจมองได้หลายแง่มุม บางคนอาจมองว่าเป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ในขณะที่บางคนอาจมองว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข การผ่อนคลาย และการเรียนรู้ สิ่งสำคัญคือการหาจุดสมดุล ระหว่างการใช้ชีวิตในโลกแห่งความจริง และโลกเสมือนจริง อย่างเหมาะสม

ไม่ว่าคุณจะเป็นเกมเมอร์ตัวยง หรือเพิ่งเริ่มเล่นเกม สิ่งสำคัญคือการเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ แบ่งเวลาให้เหมาะสม และไม่ปล่อยให้การเล่นเกมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน



ประเภทของเกม เวลาเล่นเฉลี่ยต่อสัปดาห์ (ชั่วโมง)
เกมมือถือ 8.5
เกมคอนโซล 6
เกม PC 5.5


ที่มา: Newzoo Global Games Market Report 2021

#เกม #เวลา #ชีวิต #เทคโนโลยี

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...