Eli Lilly บริษัทยาขนาดใหญ่ ประกาศเพิ่มคาดการณ์รายได้ประจำปี 2024 อีก 3 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 36.8 – 38.8 พันล้านดอลลาร์ เป็น 39.8 - 41.8 พันล้านดอลลาร์ การปรับเพิ่มคาดการณ์ในครั้งนี้เป็นผลมาจากยอดขายที่แข็งแกร่งของยารักษาโรคเบาหวานและโรคอ้วน Mounjaro และยาต้านมะเร็ง Zepbound
Mounjaro กับความสำเร็จที่เกินคาด
Mounjaro (tirzepatide) เป็นยาฉีดชนิดใหม่ที่ใช้รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมน GLP-1 ช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินและลดระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ Mounjaro ยังได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ป่วยโรคอ้วน
จากรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด ยอดขาย Mounjaro สูงถึง 980 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของตลาดที่สูงมาก Eli Lilly คาดว่ายอดขาย Mounjaro จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และอาจทำยอดขายได้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีภายในปี 2030
Zepbound ยาน้องใหม่มาแรง
Zepbound (mirikizumab) ยาต้านมะเร็งตัวใหม่ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สำหรับรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ชนิดเซลล์ปกติ (Non-Small Cell Lung Cancer: NSCLC) Zepbound เป็นยาที่ทำงานโดยการยับยั้งโปรตีนที่ชื่อว่า IL-23 ซึ่งเป็นโปรตีนที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
แม้จะเพิ่งเปิดตัว แต่ Zepbound ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากวงการแพทย์ Eli Lilly คาดหวังว่า Zepbound จะกลายเป็นยา Blockbuster ตัวต่อไปของบริษัท โดยคาดการณ์ยอดขายในปี 2024 ไว้ที่ 1 พันล้านดอลลาร์
ผลกระทบต่อ Eli Lilly
การปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ของ Eli Lilly ในครั้งนี้ ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น นักวิเคราะห์มองว่า ความสำเร็จของ Mounjaro และ Zepbound จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในระยะยาว และช่วยให้ Eli Lilly สามารถแข่งขันในตลาดยารักษาโรคเบาหวาน โรคอ้วน และยารักษาโรคมะเร็ง ที่มีการแข่งขันสูงได้อย่างแข็งแกร่ง
สรุป
การประกาศเพิ่มคาดการณ์รายได้ของ Eli Lilly สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทในการพัฒนายาใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วย ความสำเร็จของ Mounjaro และ Zepbound จะเป็นแรงผลักดันให้ Eli Lilly เติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต
#EliLilly #Mounjaro