ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ดำดิ่งสู่โลกใต้น้ำ ณ พิพิธภัณฑ์ใต้ทะเลเม็กซิโก

ดำดิ่งสู่โลกใต้น้ำ ณ พิพิธภัณฑ์ใต้ทะเลเม็กซิโก

ดำดิ่งสู่โลกใต้น้ำ ณ พิพิธภัณฑ์ใต้ทะเลเม็กซิโก

หากเอ่ยถึงเม็กซิโก หลายคนอาจนึกถึงทาโก้รสเลิศ หรือพีระมิดโบราณ แต่รู้หรือไม่ว่า ณ ใต้ท้องทะเลแคริบเบียนอันงดงาม ประเทศนี้ยังซ่อนสถานที่ท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ไว้ นั่นคือ พิพิธภัณฑ์ใต้น้ำ หรือ Museo Subacuático de Arte (MUSA) แหล่งรวมผลงานศิลปะใต้น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก!

MUSA ตั้งอยู่บริเวณพื้นทะเลระหว่างเมือง Cancun และ Isla Mujeres ในรัฐ Quintana Roo โดยริเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2553 ด้วยจุดประสงค์หลักสองประการคือ 1) เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสความงามของโลกใต้น้ำ และ 2) เพื่อเป็นแหล่งฟื้นฟูปะการัง เนื่องจากประติมากรรมใต้น้ำกว่า 500 ชิ้น ในพิพิธภัณฑ์ ล้วนสร้างขึ้นจากวัสดุพิเศษที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของปะการัง

ผลงานศิลปะใต้น้ำเหล่านี้ เป็นฝีมือของ Jason deCaires Taylor ศิลปินชาวอังกฤษชื่อดัง ผู้หลงใหลในโลกใต้ทะเล โดยประติมากรรมแต่ละชิ้นล้วนสะท้อนเรื่องราวของมนุษย์และธรรมชาติ อาทิ

  1. The Silent Evolution - ผลงานชิ้นเอกที่ประกอบด้วยประติมากรรมรูปคนกว่า 400 ชิ้น แสดงถึงวิวัฒนาการของมนุษย์และความหลากหลายทางสังคม
  2. Man on Fire - ประติมากรรมรูปชายหนุ่มที่ร่างกายปกคลุมด้วยปะการัง เปรียบเสมือนการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ
  3. The Banker - ประติมากรรมรูปนักธุรกิจที่ก้มหน้าก้มตาทำงาน สะท้อนถึงสังคมบริโภคนิยมและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ใต้น้ำแห่งนี้ได้หลากหลายวิธี ทั้งการดำน้ำลึก (Scuba diving), การดำน้ำตื้น (Snorkeling) หรือจะล่องเรือท้องกระจกก็ได้เช่นกัน

รู้หรือไม่? ประติมากรรมใต้น้ำใน MUSA ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังเป็นเสมือนบ้านใหม่ให้กับสัตว์ทะเลนานาชนิด จากการศึกษาพบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีปริมาณและชนิดของสัตว์ทะเลในบริเวณพิพิธภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ปลาผีเสื้อ ปลาการ์ตูน เต่าทะเล และฉลามครีบขาว

ชนิดสัตว์ทะเล จำนวนที่พบ (โดยประมาณ)
ปลาผีเสื้อ 1,000 ตัว
ปลาการ์ตูน 500 ตัว
เต่าทะเล 20 ตัว
ฉลามครีบขาว 5 ตัว

MUSA จึงไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ แต่คือสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ที่ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และการอนุรักษ์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว หากมีโอกาสมาเยือนเม็กซิโก อย่าลืมแวะมาสัมผัสความมหัศจรรย์ใต้ท้องทะเลแห่งนี้

#เม็กซิโก #พิพิธภัณฑ์ใต้น้ำ #MUSA #Cancun

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...