ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ของใช้อะไรที่คุณคิดว่า ไม่น่าจะเสียเงินกับมันมากขนาดนี้

ของใช้อะไรที่คุณคิดว่า ไม่น่าจะเสียเงินกับมันมากขนาดนี้

ของใช้อะไรที่คุณคิดว่า ไม่น่าจะเสียเงินกับมันมากขนาดนี้

เชื่อว่าหลายคนคงเคยรู้สึกเสียดายเงินกับของบางอย่างที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ หรือใช้ไปเพียงไม่กี่ครั้ง บางอย่างอาจจะเป็นเพราะความอยากได้ชั่ววูบ บางอย่างอาจจะเกิดจากการโฆษณาชวนเชื่อจนเผลอไผลซื้อมาโดยไม่ทันได้ไตร่ตรอง วันนี้เราจะมาคุยกันถึง “ของใช้อะไรที่คุณคิดว่า ไม่น่าจะเสียเงินกับมันมากขนาดนี้” โดยจะขอแบ่งออกเป็นหมวดหมู่เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

๑. เครื่องใช้ไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้ามักเป็นเป้าหมายของการซื้อแบบขาดสติ เนื่องจากมักมาพร้อมกับฟังก์ชันที่หลากหลายและดีไซน์ที่สวยงามล้ำสมัย แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราอาจไม่ได้ใช้ฟังก์ชันทั้งหมดที่มี และสุดท้ายก็กลายเป็นแค่ของประดับบ้าน ตัวอย่างเช่น

  • เครื่องทำขนมปัง : ถึงแม้จะดูน่าสนุกที่สามารถอบขนมปังสดใหม่ได้เองที่บ้าน แต่หลายคนกลับใช้มันเพียงไม่กี่ครั้ง เพราะขั้นตอนการทำค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลานาน
  • เครื่องปั่นน้ำผลไม้ : แม้จะดูดีต่อสุขภาพ แต่หลายคนกลับขี้เกียจล้างทำความสะอาด ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างวุ่นวาย สุดท้ายก็กลับไปซื้อน้ำผลไม้สำเร็จรูปเหมือนเดิม

จากสถิติของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภทครัวเรือน มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในสาเหตุสำคัญก็คือพฤติกรรมการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยไม่จำเป็นของผู้บริโภคนั่นเอง

๒. เสื้อผ้าและเครื่องประดับ

เสื้อผ้าและเครื่องประดับเป็นอีกหนึ่งหมวดสินค้าที่หลายคนมักเผลอซื้อแบบไม่ยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงลดราคาหรือเมื่อเห็นสินค้าที่ถูกใจ แต่สุดท้ายแล้ว เสื้อผ้าบางชิ้นก็ถูกเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าโดยไม่เคยถูกหยิบมาสวมใส่เลยด้วยซ้ำ งานวิจัยจาก University of California, Los Angeles พบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงจะสวมใส่เสื้อผ้าเพียง 30% ของเสื้อผ้าทั้งหมดที่มีอยู่ในตู้

๓. เครื่องสำอาง

เครื่องสำอางเป็นสินค้าที่มักมาพร้อมกับคำโฆษณาชวนเชื่อที่เกินจริง ทำให้หลายคนหลงเชื่อและยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อผลิตภัณฑ์ราคาแพงมาใช้ แต่สุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ราคาถูกเลย Fun fact : รู้หรือไม่ว่าโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงจะใช้ลิปสติกเพียงแค่ 25% ของแท่งเท่านั้น ก่อนที่จะหมดอายุหรือเบื่อแล้วซื้อแท่งใหม่

๔. คอร์สเรียนและหนังสือ

ในยุคที่การเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญ หลายคนจึงลงทุนกับคอร์สเรียนและหนังสือเพื่อพัฒนาตัวเอง แต่บ่อยครั้งที่ซื้อมาแล้วไม่ได้อ่านหรือเรียนอย่างจริงจัง สุดท้ายก็กลายเป็นแค่กองหนังสือที่วางทับถมกันอยู่บนชั้นวาง จากสถิติของ สสส. พบว่า คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยเพียง 8 บรรทัดต่อปีเท่านั้น

ประเภทสินค้า ราคาเฉลี่ยต่อชิ้น จำนวนครั้งที่ใช้
เครื่องทำขนมปัง 3,000 บาท 5 ครั้ง
เครื่องปั่นน้ำผลไม้ 2,500 บาท 10 ครั้ง
เสื้อผ้าแฟชั่น 500 บาท 2 ครั้ง
ลิปสติก 400 บาท 25% ของแท่ง
หนังสือพัฒนาตัวเอง 200 บาท อ่านไม่จบเล่ม

จากข้อมูลในตาราง จะเห็นได้ว่าสินค้าบางประเภทนั้น เราเสียเงินไปโดยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อของใดๆ เราควรไตร่ตรองอย่างรอบคอบว่า สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้จริงหรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์

#ของใช้ #สิ้นเปลือง #ลดรายจ่าย #ประหยัด

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...