ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เมื่อ 'น้องชาย' กลายเป็น 'เทพ': ไขปริศนา เทศกาลแปลกตาแห่งเนปาล

เมื่อ 'น้องชาย' กลายเป็น 'เทพ': ไขปริศนา เทศกาลแปลกตาแห่งเนปาล

เมื่อ 'น้องชาย' กลายเป็น 'เทพ': ไขปริศนา เทศกาลแปลกตาแห่งเนปาล


คุณอาจเคยได้ยินเทศกาลแปลกๆ จากทั่วโลกมาบ้าง แต่เชื่อหรือไม่ว่า ในประเทศเนปาล มีเทศกาลหนึ่งที่ผู้คนต่างแสดงความเคารพต่อ “น้องชาย” ของพวกเขาเอง! เทศกาลนี้มีชื่อว่า “ไทฮาร์” (Tihar) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ยามารี ปุนห์นี” (Yamaari Punhi) เทศกาลแห่งแสงไฟ ที่กินเวลายาวนานถึง 5 วัน ซึ่งหนึ่งในวันสำคัญของเทศกาลนี้ ถูกเรียกว่า “ภราตรี ติกา” (Bhai Tika)

ภราตรี ติกา: วันแห่งความผูกพันธ์ระหว่างพี่น้องที่ไม่เหมือนใคร


ในวันภราตรี ติกา พี่สาวจะทำพิธีขอพรให้กับน้องชายของตน โดยการแต้ม “ติกา” (Tika) ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่ทำจากผงสีแดง เหลือง และขาว ลงบนหน้าผากของน้องชาย พร้อมกับมอบพวงมาลัยดอกไม้ที่เรียกว่า “มักคารี” (Makkhari) ซึ่งทำมาจากดอกดาวเรือง ด้ายสี และใบไม้ศักดิ์สิทธิ์ เชื่อกันว่าดอกไม้ชนิดนี้มีอายุยืนนาน เป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนาให้น้องชายมีอายุยืนยาว ส่วนน้องชายก็จะมอบของขวัญและคำอวยพรตอบแทนเช่นกัน

ทำไมต้องบูชาน้องชาย?


หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมในเทศกาลนี้ถึงให้ความสำคัญกับน้องชาย คำตอบคือ เทศกาลไทฮาร์ มีรากฐานมาจากศาสนาฮินดู โดยเชื่อมโยงกับตำนานของเทพยม (ยมราช) ซึ่งเป็นเทพแห่งความตาย และน้องสาวของพระองค์ นามว่า ยามี (Yamuna)

ตำนานเล่าว่า ยามี เป็นห่วงพี่ชายของตน ที่ต้องทำหน้าที่อันแสนโดดเดี่ยวในยมโลก นางจึงได้ไปเยี่ยมและมอบติกาให้กับพี่ชาย เพื่อแสดงความรักและความห่วงใย การกระทำของยามี กลายเป็นต้นแบบของพิธีกรรมในวันภราตรี ติกา และกลายเป็นสัญลักษณ์ของความผูกพันอันแข็งแกร่งระหว่างพี่น้อง

ความสำคัญที่มากกว่าแค่ 'พิธีกรรม'


แม้พิธีกรรมต่างๆ ในเทศกาลไทฮาร์ จะดูแปลกตาสำหรับคนต่างวัฒนธรรม แต่เบื้องลึกของเทศกาลนี้ สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมที่งดงาม นั่นคือ ความสำคัญของ “ครอบครัว”

5 วันของเทศกาลไทฮาร์ ไม่ได้มีเพียงแค่การบูชาน้องชายเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงความเคารพต่อสัตว์ต่างๆ ที่มีความสำคัญในชีวิตของชาวเนปาล อาทิ อีกา วัว และ สุนัข รวมถึงการขอบคุณเทพเจ้าต่างๆ ที่ประทานความสุข ความอุดมสมบูรณ์มาให้

5 วันแห่งเทศกาลไทฮาร์
วัน ชื่อวัน ความหมาย
วันแรก กากะ ติกา (Kaag Tihar) บูชาอีกา สัญลักษณ์แห่งข่าวสาร
วันที่สอง คุคุร์ ติกา (Kukur Tihar) บูชาสุนัข สัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดี
วันที่สาม ลักษมี ปูจา (Laxmi Puja) บูชาพระลักษมี เทพีแห่งโชคลาภ
วันที่สี่ โกวาร์ธาน ปูจา / มฮ ปูจา (Govardhan Puja / Mha Puja) บูชาวัว และ ขอบคุณตัวเอง
วันที่ห้า ภราตรี ติกา (Bhai Tika) บูชาน้องชาย

จะเห็นได้ว่า เทศกาลไทฮาร์ เป็นมากกว่าแค่เทศกาลตามประเพณี แต่เป็นช่วงเวลาที่ เต็มไปด้วยสีสัน ความสุข และความอบอุ่น เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนแสดงความรัก ความกตัญญูต่อกัน และร่วมกันสร้างสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัว รวมไปถึงสรรพสิ่งรอบตัว

Fun Fact

  • ในช่วงเทศกาลไทฮาร์ บ้านเรือนและท้องถนนในเนปาลจะถูกประดับประดาด้วยแสงไฟอย่างสวยงาม จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เทศกาลแห่งแสงไฟ”
  • ดอกมักคารีที่ใช้ในพิธี เชื่อกันว่าสามารถนำไปตากแห้ง และเก็บไว้เป็นเครื่องราง เพื่อความโชคดีได้

#เนปาล #เทศกาลไทฮาร์ #ภราตรีติกา #วัฒนธรรม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...