ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พ.ศ. 609: การสังคายนาครั้งที่ 5 จัดขึ้นที่วัดมหาวิหาร จังหวัดอนุราธปุระ ในศรีลังกา

พ.ศ. 609: การสังคายนาครั้งที่ 5 จัดขึ้นที่วัดมหาวิหาร จังหวัดอนุราธปุระ ในศรีลังกา

พ.ศ. 609: การสังคายนาครั้งที่ 5 จัดขึ้นที่วัดมหาวิหาร จังหวัดอนุราธปุระ ในศรีลังกา

ปี พ.ศ. 609 นับเป็นปีที่สำคัญยิ่งปีหนึ่งในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา ณ วัดมหาวิหารอันเลื่องชื่อในจังหวัดอนุราธปุระ บนเกาะลังกาอันงดงาม เหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนาได้บังเกิดขึ้น นั่นคือ "การสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5" ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้พระธรรมวินัยอันเป็นคำสอนของ พระพุทธเจ้าคงอยู่สืบมาจนถึงปัจจุบัน

บริบททางประวัติศาสตร์

ในช่วงเวลาดังกล่าว ศาสนาพุทธในลังกาเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากภายใต้การอุปถัมภ์ของพระเจ้ามหาเวิชัย อย่างไรก็ตาม ภัยคุกคามจากลัทธิต่างๆ รวมถึงภัยธรรมชาติ เช่น ความแห้งแล้ง ก็ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนาไม่น้อย ด้วยเหตุนี้ พระเถระผู้ใหญ่ในลังกาจึงตระหนักถึง ความสำคัญในการทำสังคายนาพระไตรปิฎก เพื่อชำระและบันทึกพระธรรมวินัยให้บริสุทธิ์และเป็นหลักยึดเหนี่ยวที่มั่นคงให้แก่พุทธศาสนิกชนสืบไป

การจัดทำสังคายนา

การสังคายนาครั้งที่ 5 นี้ นำโดยพระมหาธัมมรักขิตเถระ ผู้เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เป็นผู้ทรงภูมิธรรม ภูมิปัญญา และเชี่ยวชาญในพระไตรปิฎกเป็นอย่างยิ่ง โดยมีพระภิกษุสงฆ์เข้าร่วมเป็นจำนวนมากถึง 500 รูป การสังคายนาครั้งนี้ใช้เวลาดำเนินการนานถึง 9 เดือน โดยมีจุดประสงค์หลักในการชำระพระไตรปิฎก ให้ถูกต้องสมบูรณ์ รวมทั้งมีการอธิบายความหมายของพระธรรมคำสอนให้แจ่มแจ้ง เพื่อป้องกันการตีความที่ผิดเพี้ยน และเพื่อให้สามารถถ่ายทอดคำสอน ของพระพุทธเจ้าไปสู่คนรุ่นหลังได้อย่างถูกต้อง

ผลลัพธ์และความสำคัญ

ผลลัพธ์ของการสังคายนาครั้งที่ 5 นี้ นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาเถรวาท นั่นคือ การบันทึกพระไตรปิฎกลงบนใบลาน เป็นครั้งแรก ซึ่งแต่เดิมนั้น พระไตรปิฎกถูกถ่ายทอดสืบต่อกันมาด้วยวิธีการท่องจำเท่านั้น การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรนี้เอง ทำให้พระธรรมคำสอนได้รับการ รักษาไว้เป็นอย่างดี และสามารถเผยแผ่ไปยังดินแดนต่างๆ ได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ

  • การสังคายนาครั้งที่ 5 นี้ นับเป็นการสังคายนาครั้งสุดท้ายในพุทธศาสนานิกายเถรวาท
  • พระไตรปิฎกที่ได้รับการบันทึกไว้ในครั้งนี้ ยังคงถูกศึกษาและปฏิบัติตามโดยชาวพุทธเถรวาททั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
  • วัดมหาวิหารในจังหวัดอนุราธปุระ ยังคงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นจุดหมายปลายทางของพุทธศาสนิกชนจากทั่วโลก

สรุป

การสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 ณ วัดมหาวิหารในปี พ.ศ. 609 นับเป็นเหตุการณ์สำคัญยิ่งที่ช่วยรักษาและสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่มาได้จวบจนปัจจุบัน การบันทึกพระธรรมคำสอนลงในใบลาน ทำให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า และทำให้พระพุทธศาสนา ยังคงเป็นแสงสว่างนำทางชีวิตของผู้คนทั่วโลกตราบจนทุกวันนี้

#พระพุทธศาสนา #สังคายนา #ศรีลังกา #ประวัติศาสตร์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...