ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โรค Pica: ความอยากอาหารแสวงหาสิ่งแปลกปลอม

โรค Pica: ความอยากอาหารแสวงหาสิ่งแปลกปลอม

โรค Pica คือ ความผิดปกติทางพฤติกรรมการกินชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้ป่วยจะมีความอยากกินสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร หรือไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเป็นระยะเวลานาน สิ่งที่ผู้ป่วยต้องการบริโภคนี้ อาจจะเป็น ดิน ทราย กระดาษ สบู่ เส้นผม หรือแม้กระทั่งสิ่งของอย่างก้อนหินหรือโลหะ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนี้ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้ป่วยได้ เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร การอุดตันของลำไส้ หรือภาวะขาดสารอาหาร

สาเหตุของโรค Pica

ปัจจุบัน สาเหตุของโรค Pica ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่นักวิจัยและแพทย์เชื่อว่า โรคนี้ อาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ดังนี้

  1. ภาวะขาดสารอาหาร: งานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่า ผู้ป่วยโรค Pica บางราย อาจมีภาวะขาดธาตุเหล 철 หรือ สังกะสี ซึ่งส่งผลต่อความผิดปกติในการทำงานของร่างกาย และกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารแปลกประหลาดได้
  2. ปัญหาสุขภาพจิต: โรค Pica อาจมีความสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพจิต เช่น โรค obsessive-compulsive disorder (OCD) โรควิตกกกริยา และโรค schizophrenia ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ อาจมีพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติได้
  3. พัฒนาการทางสมอง: ในเด็กบางราย โรค Pica อาจเกิดจากความล่าช้าในการพัฒนาการทางสมอง หรือความผิดปกติทางพันธุกรรม ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการกินและการรับรู้รสชาติอาหาร
  4. ปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อม: พบว่า โรค Pica มีแนวโน้มเกิดขึ้นในเด็กที่อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ไม่ดี เช่น ขาดการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครอง หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด ซึ่งอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการเลียนแบบและการเรียนรู้ของเด็ก

อาการของโรค Pica

อาการที่เด่นชัดที่สุดของโรค Pica คือ การกินสิ่งที่ไม่ใช่อาหารเป็นประจำ อย่างน้อย 1 เดือนขึ้นไป ซึ่งสิ่งที่ผู้ป่วยกินนั้น อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ประเภทของ Pica สิ่งที่ผู้ป่วยกิน
Geophagia ดิน, ดินเหนียว
Amylophagia แป้ง, แป้งข้าวโพดดิบ
Pagophagia น้ำแข็ง
Tricophagia เส้นผม

นอกจากการกินสิ่งแปลกปลอมแล้ว ผู้ป่วยโรค Pica บางราย อาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น

  • ปวดท้องเรื้อรัง
  • ท้องผูก
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ฟันสึกกร่อน
  • มีพฤติกรรมซ่อนเร้นเกี่ยวกับการกิน

การวินิจฉัยและการรักษาโรค Pica

การวินิจฉัยโรค Pica แพทย์จะซักประวัติการกินอาหารของผู้ป่วย ตรวจร่างกาย และอาจตรวจเลือดเพื่อหาความผิดปกติของเลือด เช่น ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก นอกจากนี้ แพทย์อาจส่งผู้ป่วยไปพบจิตแพทย์ เพื่อประเมินภาวะทางจิตใจร่วมด้วย

การรักษาโรค Pica จะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค แพทย์อาจแนะนำให้รักษาตามสาเหตุ เช่น การเสริมธาตุเหล็กในกรณีที่ผู้ป่วยขาดธาตุเหล็ก การรักษาพฤติกรรมด้วยจิตบำบัด หรือการใช้ยาในกรณีที่ผู้ป่วยมีความผิดปกติทางจิตเวชร่วมด้วย

Fun Fact เกี่ยวกับโรค Pica

- คุณรู้หรือไม่ว่า คำว่า "Pica" มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน แปลว่า "นกกางเขน" ซึ่งเป็นนกที่ขึ้นชื่อเรื่องการกินอาหารได้หลากหลายชนิด - ในบางวัฒนธรรม การกินดิน ถือเป็นเรื่องปกติ เช่น ในบางพื้นที่ของแอฟริกา ผู้คนเชื่อว่าการกินดิน ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้

โรค Pica เป็นโรคที่ซับซ้อน และอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่อยู่เบื้องหลัง ดังนั้น หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี

#โรคPica #สุขภาพ #พฤติกรรมการกิน #ธาตุเหล็ก

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...