ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พระปิลินทวัจฉะ: ธรรมทูตแห่งแดนไกล ผู้เผยแผ่พุทธศาสนาในดินแดนศรีลังกา


พระปิลินทวัจฉะ: ธรรมทูตแห่งแดนไกล ผู้เผยแผ่พุทธศาสนาในดินแดนศรีลังกา

พระปิลินทวัจฉะ: ธรรมทูตแห่งแดนไกล ผู้เผยแผ่พุทธศาสนาในดินแดนศรีลังกา

พระปิลินทวัจฉะ นามนี้คงเป็นที่คุ้นเคยของชาวพุทธหลายท่าน โดยเฉพาะผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์การเผยแผ่พระพุทธศาสนา พระเถระรูปนี้มีบทบาทสำคัญยิ่งในการ นำพุทธศาสนานิกายเถรวาทจากชมพูทวีปสู่ลังกาทวีป จนกลายเป็นศาสนาประจำชาติ และสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน บทความนี้จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับพระปิลินทวัจฉะ ตั้งแต่ประวัติ การเดินทางเผยแผ่ธรรมะ ไปจนถึงอิทธิพลของท่านต่อพุทธศาสนาในศรีลังกา

ชีวิตแรกเริ่มและการอุปสมบท

ตามตำนานเล่าขานกันว่า พระปิลินทวัจฉะ เกิดในตระกูลพราหมณ์ ณ กรุงเทวัณณัมปิยะ ในแคว้นมัททราช ประเทศอินเดีย แม้จะกำเนิดในตระกูลที่นับถือศาสนาพราหมณ์ แต่ด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลม ท่านเกิดความเลื่อมใสในรสพระธรรม จนตัดสินใจละทิ้งชีวิตอันสุขสบาย ออกบวชเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา หลังจากนั้น พระปิลินทวัจฉะได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย ฝึกฝนอบรมตนเอง จนมีความรู้แตกฉานในพระไตรปิฎก และกลายเป็นพระเถระที่ทรงคุณธรรม เป็นที่เคารพนับถือของสาธุชนทั่วไป

ภารกิจอันยิ่งใหญ่ สู่ลังกาทวีป

จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของพระปิลินทวัจฉะ เกิดขึ้นเมื่อพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ กษัตริย์แห่งกรุงอนุราธปุระ ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะเผยแผ่พระพุทธศาสนาในลังกาทวีป พระองค์จึงทรงส่งทูตไปยังพระเจ้าอโศกมหาราช เพื่อทูลขอพระธรรมวินัยและพระสงฆ์มาเผยแผ่ยังดินแดนลังกา ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชก็ทรงตอบรับด้วยความยินดี และได้ทรงมอบหมายให้พระโอรสคือ พระมหินทเถระ พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์อีกจำนวนหนึ่ง เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ ลังกาทวีป

การมาถึงของพระมหินทเถระ นับเป็นการปลูกฝังพระพุทธศาสนา ในดินแดนลังกาอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ และพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนข้าราชบริพาร ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ส่งผลให้พุทธศาสนาเผยแผ่ไปอย่างกว้างขวาง และหยั่งรากลึกลงในดินแดนแห่งนี้อย่างรวดเร็ว

การอุปสมบทของพระสงฆ์ฝ่ายเถรวาทในศรีลังกา

อย่างไรก็ตาม ในยุคแรกเริ่มนั้น การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ยังคงจำกัดอยู่เฉพาะในหมู่บุรุษเท่านั้น เนื่องจากในสมัยพุทธกาล การบวชภิกษุณีสงฆ์ จำเป็นต้องได้รับการอุปสมบทจากภิกษุณีสงฆ์ด้วยกัน ซึ่งขณะนั้นในลังกาทวีปยังไม่มีภิกษุณีสงฆ์แม้แต่รูปเดียว

ต่อมา พระนางอนุลาเทวี พระขนิษฐาในพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ ทรงมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับเสด็จออกผนวชเป็นชี พร้อมกับเหล่าสตรีชาวลังกาอีกจำนวนมาก แต่ด้วยสถานะของชี ทำให้พระนางและเหล่าสตรีชาวลังกา ไม่สามารถศึกษาพระธรรมวินัยได้อย่างเต็มที่

ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ จึงทรงปรึกษาหารือกับพระมหินทเถระ ถึงแนวทางในการอุปสมบทภิกษุณีสงฆ์ในลังกาทวีป พระมหินทเถระ จึงทรงแนะนำให้พระองค์ ส่งทูตไปทูลเชิญพระสงฆ์เถรวาทฝ่ายภิกษุณี นำโดย พระสังฆมิตตาเถรี ซึ่งเป็นพระขนิษฐาของพระมหินทเถระ เดินทางมาจากชมพูทวีป เพื่อประกอบพิธีอุปสมบทภิกษุณีสงฆ์ แก่พระนางอนุลาเทวี และเหล่าสตรีชาวลังกา

การเดินทางสู่ลังกาทวีปของพระปิลินทวัจฉะ

ในการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นี้ พระปิลินทวัจฉะได้รับมอบหมาย ให้ร่วมเดินทางมาในฐานะพระสงฆ์ ผู้ทำหน้าที่คุ้มครองดูแลคณะธรรมทูต ซึ่งมีพระสังฆมิตตาเถรีเป็นประธาน โดยคณะธรรมทูต ได้นำหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์ จากพุทธคยา ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาปลูกยังลังกาทวีปด้วย

เหตุการณ์ ปี พ.ศ. (โดยประมาณ)
พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน 0
พระเจ้าอโศกมหาราชครองราชย์ 268
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในลังกาทวีปโดยพระมหินทเถระ 236
การเดินทางมาของพระสังฆมิตตาเถรีและพระปิลินทวัจฉะ 237

การมาถึงของพระสังฆมิตตาเถรี และพระปิลินทวัจฉะ ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ จากชาวลังกา พระนางอนุลาเทวี และเหล่าสตรีชาวลังกาจำนวนมาก ได้เข้ารับการอุปสมบทเป็นภิกษุณีสงฆ์ นับเป็นการสถาปนาพระพุทธศาสนา ให้ดำรงมั่นคงในลังกาทวีปอย่างสมบูรณ์

บทบาทของพระปิลินทวัจฉะในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจสำคัญ พระปิลินทวัจฉะมิได้เดินทางกลับชมพูทวีป แต่ท่านได้เลือกที่จะอยู่จำพรรษา ณ ลังกาทวีป เพื่อช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยท่านได้เดินทางไปทั่วทุกสารทิศ สั่งสอนพระธรรมเทศนา แก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยไม่เลือกชนชั้นวรรณะ ด้วยความเมตตาและความเสียสละ ทำให้ท่านเป็นที่เคารพรัก ของชาวลังกาเป็นอย่างมาก

Fun Fact: ทราบหรือไม่ว่า มีการค้นพบโบราณสถาน ที่เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ ซึ่งพระปิลินทวัจฉะ เคยใช้เป็นที่พำนัก และเผยแผ่พระพุทธศาสนา หลายแห่งในศรีลังกา เช่น ที่บริเวณเชิงเขามิหินตเล ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด และศาสนสถานเก่าแก่ นับเป็นหลักฐานยืนยัน ถึงการดำรงอยู่ และอิทธิพลของท่าน ที่มีต่อพุทธศาสนา ในศรีลังกาได้เป็นอย่างดี

มรดกธรรมที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 2,000 ปี แต่คุณูปการของพระปิลินทวัจฉะ ต่อพุทธศาสนาในศรีลังกา ยังคงได้รับการจดจำ และสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ ท่านคือผู้มีส่วนสำคัญ ในการวางรากฐาน ให้พุทธศาสนานิกายเถรวาท หยั่งรากลึก และเจริญรุ่งเรือง ในดินแดนลังกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาท ในการเผยแผ่พระธรรม แก่ประชาชนทั่วไป โดยไม่แบ่งแยก ชนชั้นวรรณะ ส่งผลให้พุทธศาสนา กลายเป็นศาสนา ที่ผูกพันกับวิถีชีวิต ของชาวศรีลังกา มาอย่างยาวนาน

บทสรุป

พระปิลินทวัจฉะ คือพระสงฆ์ ผู้เป็นแบบอย่าง แห่งความเสียสละ และอุทิศตน เพื่อพระพุทธศาสนา อย่างแท้จริง ท่านคือหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญ ที่ทำให้พระพุทธศาสนา คงอยู่ และเผยแผ่ไปทั่วโลก ดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

#พระปิลินทวัจฉะ #ศรีลังกา #พุทธศาสนา #ประวัติศาสตร์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...