ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จำนวนครั้งที่เราให้และรับความช่วยเหลือตลอดชีวิต : มากกว่าที่คิด


จำนวนครั้งที่เราให้และรับความช่วยเหลือตลอดชีวิต : มากกว่าที่คิด

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ตลอดชีวิตของคนคนหนึ่ง เราให้และรับความช่วยเหลือจากผู้อื่นมากน้อยแค่ไหน? คำถามนี้อาจดูเหมือนเป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะชีวิตของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันไป แต่จากงานวิจัยทางจิตวิทยาสังคมชิ้นหนึ่ง พบว่าแท้จริงแล้วมนุษย์เราให้และรับความช่วยเหลือมากกว่าที่เราคิด

เผยตัวเลขน่าทึ่ง : ความช่วยเหลือที่เรามองไม่เห็น

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ศึกษาพฤติกรรมการช่วยเหลือของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 300 คน เป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยให้ผู้เข้าร่วมบันทึกทุกครั้งที่พวกเขาให้หรือรับความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น การเปิดประตูให้ หรือเรื่องใหญ่ เช่น การช่วยเพื่อนย้ายบ้าน ผลปรากฏว่าโดยเฉลี่ยแล้ว คนเราให้และรับความช่วยเหลือมากถึง 20 ครั้งต่อสัปดาห์!

ตัวเลขดังกล่าวอาจทำให้ใครหลายคนประหลาดใจ เพราะโดยส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเฉพาะการช่วยเหลือครั้งสำคัญในชีวิต เช่น การช่วยเหลือทางการเงิน หรือการช่วยเหลือในยามเจ็บป่วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว การช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่เรามักไม่ทันสังเกต หรือให้ความสำคัญมากนัก

จากเรื่องเล็กสู่พลังยิ่งใหญ่ : ผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์ของการให้และรับ

แม้การให้ความช่วยเหลือแต่ละครั้งอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันแล้วกลับกลายเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ ที่ส่งผลต่อทั้งผู้ให้และผู้รับ งานวิจัยทางจิตวิทยาหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่า การให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้เรารู้สึกมีความสุขมากขึ้น ไมเคิล นอร์ตัน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า การใช้เงินเพื่อผู้อื่น ทำให้เรามีความสุขมากกว่าการใช้เงินเพื่อตัวเอง

นอกจากนี้ การช่วยเหลือผู้อื่นยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น ทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย ในขณะเดียวกัน การยอมรับความช่วยเหลือจากผู้อื่น ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะการยอมให้ผู้อื่นช่วยเหลือ ทำให้เรารู้สึกมีคุณค่า และทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

มากกว่าตัวเลข คือความหมายของการเป็นมนุษย์

สุดท้ายแล้ว ตัวเลข 20 ครั้งต่อสัปดาห์ อาจเป็นเพียงตัวเลขที่ใช้บ่งชี้ให้เห็นถึงความถี่ของการให้และรับความช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน สิ่งที่สำคัญกว่า คือ การตระหนักถึงคุณค่าของการกระทำเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของมนุษย์

ลองสังเกตสิ่งรอบตัวดูสิ แล้วคุณจะพบว่า จริงๆ แล้วชีวิตของเราเต็มไปด้วยการให้และรับความช่วยเหลือมากกว่าที่เราคิด

#ความช่วยเหลือ #ชีวิต #สังคม #จิตวิทยา

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...