ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อาการสูญเสียรสชาติและกลิ่น: ผลกระทบจากโควิด-19 ที่ชวนฉงน


อาการสูญเสียรสชาติและกลิ่น: ผลกระทบจากโควิด-19 ที่ชวนฉงน

อาการสูญเสียรสชาติและกลิ่น: ผลกระทบจากโควิด-19 ที่ชวนฉงน

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือที่รู้จักกันในชื่อ โควิด-19 นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก นอกจากอาการป่วยที่คุ้นเคย เช่น ไข้ ไอ และหายใจลำบากแล้ว โควิด-19 ยังส่งผลกระทบต่อร่างกายในรูปแบบที่ไม่คาดคิด หนึ่งในนั้นคือ อาการสูญเสียรสชาติและกลิ่น ซึ่งสร้างความประหลาดใจแก่นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ในช่วงแรกของการระบาด

ข้อมูลจากงานวิจัยเผยให้เห็นว่า อาการสูญเสียรสชาติและกลิ่นพบได้บ่อยในผู้ป่วยโควิด-19 โดยมีผู้ป่วยมากกว่า 50% รายงานว่าประสบปัญหานี้ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature พบว่า อาการดังกล่าวเกิดจากการที่เชื้อไวรัสเข้าโจมตีเซลล์ประสาทรับกลิ่นและรสชาติ ส่งผลให้ระบบการรับรู้รสชาติและกลิ่นทำงานผิดปกติ

ผลกระทบที่มากเกินกว่าแค่รสชาติและกลิ่น

แม้ว่าอาการสูญเสียรสชาติและกลิ่นอาจดูไม่รุนแรงเท่าอาการอื่นๆ ของโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วยอย่างมาก ตั้งแต่การรับประทานอาหารที่ไม่เอร็ดอร่อย สูญเสียความสุขในการรับประทานอาหาร ไปจนถึงการรับรู้รสชาติที่ผิดเพี้ยน ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

  • ผลกระทบต่อสุขภาพกาย:
    • การรับประทานอาหารลดลง น้ำหนักลด
    • ภาวะขาดสารอาหาร
    • การสัมผัสกับอาหารที่บูดเสียโดยไม่รู้ตัว
  • ผลกระทบต่อสุขภาพจิต:
    • ความวิตกกังวลและความเครียด
    • ภาวะซึมเศร้า
    • การเข้าสังคมลดลง

ระยะเวลาและการฟื้นตัว

ระยะเวลาในการฟื้นตัวจากอาการสูญเสียรสชาติและกลิ่นในผู้ป่วยแต่ละรายมีความแตกต่างกัน บางรายอาจฟื้นตัวภายในสองสัปดาห์ ในขณะที่บางรายอาจใช้เวลานานกว่านั้น งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ประมาณ 90%) จะกลับมารับรู้รสชาติและกลิ่นได้ตามปกติภายใน 6 เดือน

ระยะเวลา อัตราการฟื้นตัว
2 สัปดาห์ 20%
1 เดือน 50%
3 เดือน 80%
6 เดือน 90%

ข้อสรุป

อาการสูญเสียรสชาติและกลิ่นเป็นหนึ่งในผลกระทบที่น่าสนใจและสร้างความกังวลจากการติดเชื้อโควิด-19 แม้ว่าจะเป็นอาการที่ไม่รุนแรงถึงชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการดังกล่าว รวมถึงการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วและกลับมามีชีวิตที่ปกติสุขอีกครั้ง

#โควิด19 #สูญเสียรสชาติ #สูญเสียกลิ่น #สุขภาพ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...