ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประโยชน์ที่ไม่คาดคิดของการนอนหลับตอนกลางวัน


ประโยชน์ที่ไม่คาดคิดของการนอนหลับตอนกลางวัน

ประโยชน์ที่ไม่คาดคิดของการนอนหลับตอนกลางวัน

การนอนหลับตอนกลางวัน มักถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมของคนขี้เกียจ หรือเป็นสิ่งที่ทำกันในยามที่ไม่มีอะไรทำ แต่รู้หรือไม่ว่า ภายใต้ความง่วงเหงาหาวนอนช่วงบ่ายนั้น แฝงไปด้วยประโยชน์อันน่าทึ่งที่ส่งผลดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจ งานวิจัยมากมายต่างยืนยันตรงกันว่า การนอนหลับตอนกลางวันอย่างเหมาะสม ไม่เพียงช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้า แต่ยังช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานและการเรียนรู้ได้อย่างน่าอัศจรรย์อีกด้วย

1. เพิ่มพลังสมอง ประสิทธิภาพพุ่งทะยาน

จากการศึกษาของ NASA พบว่า การนอนหลับตอนกลางวันเพียง 26 นาที สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของนักบินได้ถึง 34% และเพิ่มความตื่นตัวได้ถึง 54%
ไม่ใช่แค่นักบินเท่านั้น การนอนกลางวันยังส่งผลดีต่อประสิทธิภาพในการทำงานของบุคคลทั่วไปอีกด้วย งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ พบว่า การงีบหลับช่วงบ่ายช่วยเพิ่มความจำและความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเรียนรู้และการจดจำข้อมูลใหม่ๆ

2. ลดความเครียด สร้างสมดุลให้ฮอร์โมน

ความเครียดเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน และการนอนหลับตอนกลางวันเป็นวิธีคลายเครียดที่ง่ายและได้ผลดี การศึกษาจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน พบว่า การนอนกลางวันเพียง 45 นาที ช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การนอนกลางวันยังช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขอีกด้วย

3. ปรับสมดุลร่างกาย เสริมสร้างสุขภาพแข็งแรง

การนอนหลับตอนกลางวัน ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อจิตใจ แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย การศึกษาจาก Harvard School of Public Health พบว่า การงีบหลับเป็นประจำ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ถึง 37% และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ถึง 40% เนื่องจากการนอนกลางวันช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ลดระดับความอักเสบในร่างกาย และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

4. กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ คิดงานได้ลื่นไหล

หลายคนอาจเคยประสบปัญหาคิดงานไม่ออก หรือเกิดอาการตันทางความคิด รู้หรือไม่ว่า การนอนกลางวันสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ การศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก พบว่า การนอนหลับตอนกลางวันในช่วงเวลา REM (Rapid Eye Movement) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เรามีความฝัน จะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และช่วยให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ในการทำงานได้มากขึ้น

เคล็ดลับ งีบอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ถึงแม้การนอนหลับตอนกลางวันจะมีประโยชน์มากมาย แต่การนอนที่มากเกินไป หรือนอนในเวลาที่ไม่เหมาะสม ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ดังนั้น เรามีเคล็ดลับดีๆ ในการงีบหลับอย่างมีประสิทธิภาพมาฝากกัน

ช่วงเวลา ระยะเวลา ประโยชน์
13.00 - 15.00 น. 20 - 30 นาที เพิ่มความตื่นตัว บรรเทาความเหนื่อยล้า
15.00 - 17.00 น. ไม่เกิน 20 นาที เพิ่มความจำและสมาธิ


ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงการนอนหลับตอนกลางวันนานเกิน 1 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้รู้สึกมึนงงหลังตื่นนอน และอาจส่งผลต่อการนอนหลับตอนกลางคืนได้

การนอนหลับตอนกลางวันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ใช้เวลาเพียงไม่นาน ก็สามารถสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับทั้งร่างกายและจิตใจ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาให้ความสำคัญกับการพักผ่อน แล้วคุณจะค้นพบว่า การงีบหลับ ไม่ใช่เรื่องเสียเวลา แต่คือการเติมพลังชีวิตให้พร้อมรับทุกความท้าทาย

#งีบหลับ #สุขภาพดี #เพิ่มประสิทธิภาพ #PowerNap

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...