ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เบื้องหลังความจริง: อัตราการรู้หนังสือของเกาหลีเหนือ


เบื้องหลังความจริง: อัตราการรู้หนังสือของเกาหลีเหนือ

เบื้องหลังความจริง: อัตราการรู้หนังสือของเกาหลีเหนือ

เกาหลีเหนือ หรือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี เป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม บริหารประเทศแบบรวมศูนย์ มีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบจูเช เป็นประเทศที่ค่อนข้างปิดประเทศ ทำให้ข้อมูลหลายๆ ด้านเป็นที่สงสัยของชาวโลก หนึ่งในนั้นคือ อัตราการรู้หนังสือของประชากร ที่รัฐบาลเกาหลีเหนือ อ้างว่า สูงถึงเกือบ 100% แต่เบื้องหลังตัวเลขที่ดูสมบูรณ์แบบนี้ ซ่อนความจริงอะไรไว้บ้าง?

การศึกษาภาคบังคับในเกาหลีเหนือ

ระบบการศึกษาของเกาหลีเหนือเป็นระบบการศึกษาภาคบังคับ 11 ปี เหมือนกับประเทศไทย โดยแบ่งเป็น

  1. ระดับอนุบาล 1 ปี
  2. ระดับประถมศึกษา 4 ปี
  3. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี
  4. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี

โดยรัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราการรู้หนังสือของเกาหลีเหนือสูง อย่างไรก็ตาม การศึกษาในเกาหลีเหนือเน้นการปลูกฝังอุดมการณ์แบบจูเช และเชิดชูผู้นำสูงสุด นั่นคือ คิม อิล-ซุง คิม จอง-อิล และ คิม จอง-อึน เป็นสำคัญ

ความหมายที่แท้จริงของ “การรู้หนังสือ”

แม้ตัวเลขสถิติจะบ่งชี้ว่า ประชากรเกาหลีเหนือเกือบทั้งหมด “รู้หนังสือ” แต่คำจำกัดความของคำว่า “รู้หนังสือ” ของเกาหลีเหนือ อาจแตกต่างจากที่อื่น โดยอาจหมายถึงเพียงแค่สามารถอ่านและเขียนภาษาเกาหลีได้ในระดับพื้นฐานเท่านั้น ไม่รวมถึงความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย หรือความรู้ในด้านอื่นๆ

ข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูล

เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่ควบคุมสื่ออย่างเข้มงวด ประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึงได้เฉพาะข้อมูลข่าวสารที่รัฐบาลอนุญาตเท่านั้น อินเทอร์เน็ต หนังสือ และสื่อบันเทิงจากต่างประเทศ ถูกจำกัดการเข้าถึงอย่างเข้มงวด ทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลเพียงด้านเดียว ขาดโอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่

เสียงสะท้อนจากภายนอก

องค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง เช่น องค์การสหประชาชาติ แสดงความกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกและการเข้าถึงข้อมูลในเกาหลีเหนือ รวมถึงตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลสถิติต่างๆ ที่รัฐบาลเกาหลีเหนือนำเสนอ

บทสรุป

อัตราการรู้หนังสือที่สูงเกือบ 100% ของเกาหลีเหนือ เป็นเพียงภาพลักษณ์ภายนอกที่รัฐบาลต้องการนำเสนอ เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ยังมีข้อกังขาอีกมากมาย ทั้งในเรื่องคำจำกัดความของการรู้หนังสือ คุณภาพการศึกษา และข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของประชาชนอย่างแท้จริง

#เกาหลีเหนือ #การศึกษา #การรู้หนังสือ #จูเช

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...