ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ถั่วลิสง ไม่ใช่ถั่ว แต่จัดอยู่ในตระกูล 'ถั่ว'



<span style="color:#228B22;">รู้หรือไม่?</span> ถั่วลิสง ไม่ใช่ถั่ว แต่จัดอยู่ในตระกูล 'ถั่ว'

รู้หรือไม่? ถั่วลิสง ไม่ใช่ถั่ว แต่จัดอยู่ในตระกูล 'ถั่ว'

หลายคนอาจรู้สึกสับสน เมื่อได้ยินว่าถั่วลิสงนั้นไม่ใช่ถั่ว แต่แท้จริงแล้วเป็นพืชตระกูลถั่ว แล้วความจริงเป็นอย่างไร? บทความนี้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับถั่วลิสง พืชตระกูลถั่วที่หลายคนเข้าใจผิด พร้อมไขข้อข้องใจ และเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ

ความแตกต่างระหว่าง 'ถั่ว' กับ 'พืชตระกูลถั่ว'


ก่อนอื่น เราต้องทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง "ถั่ว" และ "พืชตระกูลถั่ว" เสียก่อน

  • ถั่ว: โดยทั่วไปแล้ว ถั่ว จะมีลักษณะเป็นเมล็ดเดี่ยวภายในฝักแข็ง เช่น อัลมอนด์, วอลนัท, มะม่วงหิมพานต์
  • พืชตระกูลถั่ว: พืชในตระกูลนี้จะมีฝักที่ภายในบรรจุเมล็ดหลายเมล็ด เมื่อฝักสุกจะแตกออกเป็นสองซีก เช่น ถั่วเหลือง, ถั่วเขียว, ถั่วแดง

แล้วทำไม ถั่วลิสง ถึงจัดอยู่ในพืชตระกูลถั่ว?


แม้ว่าชื่อภาษาไทยจะเรียกว่า "ถั่ว" แต่ถั่วลิสงมีลักษณะการเจริญเติบโตแตกต่างจากถั่วทั่วไป คือ

  1. ดอกของถั่วลิสงจะบานอยู่เหนือดิน: หลังจากผสมเกสรแล้ว ก้านดอกจะค่อยๆ ยืดตัวลง แทงลงดิน
  2. ฝักถั่วลิสงเจริญเติบโตใต้ดิน: ฝักจะพัฒนาและเติบโตเต็มที่อยู่ใต้ดิน ซึ่งแตกต่างจากถั่วชนิดอื่นๆ ที่ฝักจะอยู่เหนือดิน

ด้วยลักษณะการเจริญเติบโตแบบพิเศษนี้ ถั่วลิสงจึงถูกจัดอยู่ในพืชตระกูลถั่ว เช่นเดียวกับถั่วเหลือง และถั่วฝักยาว

Fun Fact เกี่ยวกับถั่วลิสง


  • ประเทศจีนเป็นผู้ผลิตถั่วลิสงรายใหญ่ที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของผลผลิตทั่วโลก
  • ถั่วลิสงหนึ่งออนซ์ (ประมาณ 28 กรัม) ให้โปรตีนประมาณ 7 กรัม เทียบเท่ากับนมวัวหนึ่งแก้ว
  • เนยถั่วลิสงถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. 1884 โดยเภสัชกรชาวอเมริกัน Marcellus Gilmore Edson

ข้อมูลทางโภชนาการของถั่วลิสง (100 กรัม)


สารอาหาร ปริมาณ
พลังงาน 570 กิโลแคลอรี่
โปรตีน 25.8 กรัม
ไขมัน 49.2 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 16.1 กรัม
ใยอาหาร 8.1 กรัม

ถั่วลิสงอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญต่อร่างกาย เช่น โปรตีน ไขมันดี วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ถือเป็นอาหารว่างเพื่อสุขภาพ

#ถั่วลิสง #พืชตระกูลถั่ว #สารอาหาร #เกร็ดความรู้

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...