ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โรคความดันโลหิตสูงในเด็ก: ภัยเงียบที่พ่อแม่ควรรู้

โรคความดันโลหิตสูงในเด็ก: ภัยเงียบที่พ่อแม่ควรรู้

โรคความดันโลหิตสูงในเด็ก: ภัยเงียบที่พ่อแม่ควรรู้

โรคความดันโลหิตสูง หรือ ภาวะความดันเลือดสูง เป็นอีกหนึ่งโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ แต่ทราบหรือไม่ว่าโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กๆ เช่นกัน ถึงแม้จะไม่แสดงอาการชัดเจนในทันที แต่กลับส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพในระยะยาวได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที

สถานการณ์โรคความดันโลหิตสูงในเด็ก

ในอดีตที่ผ่านมา โรคความดันโลหิตสูงมักพบในผู้ใหญ่เป็นส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันพบว่ามีอัตราการเกิดโรคนี้ในเด็กเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ จากข้อมูลของ งานวิจัยจาก American Academy of Pediatrics (AAP) พบว่าเด็กและวัยรุ่นประมาณ 3.5% มีภาวะความดันโลหิตสูง และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่น การบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูง ไขมันอิ่มตัว และน้ำตาลมากเกินไป รวมถึงการขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เด็กเป็นโรคความดันโลหิตสูง

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เด็กเป็นโรคความดันโลหิตสูง มีหลายประการด้วยกัน ได้แก่

  1. พันธุกรรม: หากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือญาติสายตรงมีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูง เด็กจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนี้สูงกว่าคนทั่วไปถึง 2-4 เท่า
  2. น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน: เด็กที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐาน มีแนวโน้มเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากกว่าเด็กที่มีน้ำหนักตัวปกติ เนื่องจากไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย จะไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือด ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น
  3. การบริโภคอาหาร: การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง ไขมันอิ่มตัวสูง และคอเลสเตอรอลสูง เป็นประจำ ส่งผลต่อระดับความดันโลหิตโดยตรง
  4. การขาดการออกกำลังกาย: การไม่ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเพียงพอ ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  5. ความเครียด: ความเครียดเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้

ผลกระทบของโรคความดันโลหิตสูงในเด็ก

โรคความดันโลหิตสูงในเด็ก ถือเป็นภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงชีวิตได้ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคไตวายเรื้อรัง และยังส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจของเด็ก ทำให้เด็กมีคุณภาพชีวิตลดลง

การป้องกันโรคความดันโลหิตสูงในเด็ก

การป้องกันโรคความดันโลหิตสูงในเด็ก สามารถทำได้โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนี้

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารแปรรูป อาหารที่มีโซเดียมสูง
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงความเครียด
  • ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับความดันโลหิต

ความดันโลหิต แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ

ช่วงความดันโลหิต ค่าความดันโลหิต (มิลลิเมตรปรอท)
ความดันโลหิตตัวบน (Systolic) แรงดันเลือดขณะหัวใจบีบตัว
ความดันโลหิตตัวล่าง (Diastolic) แรงดันเลือดขณะหัวใจคลายตัว

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ: รู้หรือไม่ว่า เส้นเลือดในร่างกายของเรานั้นมีความยาวรวมกันถึง 100,000 กิโลเมตร หากนำมาต่อกันเป็นทางตรง จะสามารถวนรอบโลกได้ถึง 2 รอบครึ่งเลยทีเดียว

#โรคความดันโลหิตสูง #เด็ก #สุขภาพ #ภัยเงียบ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...