ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไขความลับรสขม: ทำไมเบียร์บางประเภทถึงขมกว่ากัน?


ไขความลับรสขม: ทำไมเบียร์บางประเภทถึงขมกว่ากัน?

เบียร์ เครื่องดื่มสีทองอร่ามที่อยู่คู่กับวงสังคมมนุษย์มาอย่างยาวนาน มีรสชาติหลากหลาย ตั้งแต่หวานละมุน ไปจนถึงขมติดลิ้น ซึ่งรสชาติที่แตกต่างนี้เองที่ทำให้คอเบียร์แต่ละคนมีเบียร์ในดวงใจที่ไม่เหมือนกัน แต่เคยสงสัยกันไหมว่า อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้เบียร์บางประเภทมีรสขมโดดเด่นกว่าชนิดอื่นๆ บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของรสขมในเบียร์ ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งผลต่อความขมของเครื่องดื่มชนิดนี้

1. ฮ็อป: จอมขมแห่งโลกเบียร์

ฮ็อป (Hops) คือส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เบียร์มีรสขม โดยฮ็อปเป็นพืชตระกูลเดียวกับกัญชา มีลักษณะเป็นดอกตูมขนาดเล็ก ภายในดอกตูมมีสารที่ให้รสขม เรียกว่า "อัลฟาแอซิด" (Alpha Acids) ยิ่งเบียร์มีปริมาณอัลฟาแอซิดสูง รสชาติก็จะยิ่งขมมากขึ้น นอกจากรสขมแล้ว ฮ็อปยังมีส่วนช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยรักษาความคงตัวของรสชาติ และมอบกลิ่นหอมเฉพาะตัวให้กับเบียร์อีกด้วย

2. พันธุ์ฮ็อป: ความขมที่หลากหลาย

ฮ็อปมีหลากหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ให้รสชาติและกลิ่นที่แตกต่างกันออกไป เช่น ฮ็อปพันธุ์ Cascade จากสหรัฐอเมริกา ให้กลิ่นหอมของส้มและดอกไม้ ในขณะที่ฮ็อปพันธุ์ Saaz จากสาธารณรัฐเช็ก มีกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ ฮ็อปบางพันธุ์ให้รสขมเด่นชัด ในขณะที่บางพันธุ์ให้ความหอมโดดเด่นกว่า การผสมผสานฮ็อปหลากหลายสายพันธุ์ในการผลิตเบียร์ จึงเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ทำให้เบียร์แต่ละชนิดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

3. IBU: หน่วยวัดความขมที่ไม่ธรรมดา

IBU ย่อมาจาก International Bitterness Units เป็นหน่วยวัดความขมของเบียร์ โดยทั่วไปเบียร์จะมีค่า IBU อยู่ระหว่าง 5 ถึง 120 IBU ยิ่งค่า IBU สูง รสชาติเบียร์ก็จะยิ่งขมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่า IBU ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความขมที่แน่นอน 100% เพราะรสชาติที่รับรู้ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น รสหวานจากมอลต์ ความเปรี้ยวจากยีสต์ และความสมดุลของรสชาติโดยรวม

ระดับ IBU ระดับความขม ตัวอย่างเบียร์
0-15 เบาบาง เบียร์ลาเกอร์ เบียร์ไวท์
15-30 ปานกลาง เบียร์ Pale Ale, เบียร์ Amber Ale
30+ ชัดเจน - ขมมาก เบียร์ IPA, เบียร์ Stout

4. กระบวนการผลิต: ปัจจัยกำหนดรสขม

นอกจากชนิดและปริมาณของฮ็อปแล้ว กระบวนการผลิตก็มีผลต่อความขมของเบียร์เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ช่วงเวลาในการเติมฮ็อปลงในเบียร์ ยิ่งเติมฮ็อปในช่วงต้นของกระบวนการต้ม ความขมก็จะยิ่งมากขึ้น ในขณะที่การเติมฮ็อปในช่วงท้ายๆ จะเน้นที่การเพิ่มกลิ่นหอมมากกว่าความขม

5. Fun Fact: ความขมกับการรับรู้รสชาติ

รู้หรือไม่ว่า อุณหภูมิของเบียร์มีผลต่อการรับรู้รสขม เบียร์ที่เย็นจัดจะทำให้ลิ้นรับรสขมได้น้อยลง ดังนั้น หากต้องการสัมผัสรสขมของเบียร์อย่างเต็มที่ ควรดื่มเบียร์ที่อุณหภูมิประมาณ 7-10 องศาเซลเซียส

รสขมของเบียร์เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ดึงดูดคอเบียร์ทั่วโลก ความซับซ้อนของรสชาติที่เกิดจากปัจจัยต่างๆ ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงวิธีการดื่ม ทำให้เบียร์เป็นเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ครั้งต่อไปที่ได้ลิ้มลองเบียร์รสขม ลองสังเกตและวิเคราะห์รสชาติ คุณอาจค้นพบเบียร์ในดวงใจที่ใช่สำหรับคุณก็ได้

#เบียร์ #รสขม #ฮ็อป #IBU

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...