ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พึ่งรู้ว่าน้อยหน่าช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท


พึ่งรู้ว่าน้อยหน่าช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท

พึ่งรู้ว่าน้อยหน่าช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท

น้อยหน่า ผลไม้รสชาติหวานฉ่ำ เนื้อนุ่มละมุนลิ้นที่หลายคนชื่นชอบ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลไม้ที่ให้ความอร่อยสดชื่นเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ "สมอง" และ "ระบบประสาท" ที่น้อยคนนักจะรู้ว่าน้อยหน่ามีส่วนช่วยบำรุงได้อย่างน่าทึ่ง

สารพัดคุณค่าจากน้อยหน่า สู่สมองและระบบประสาท

ภายในเนื้อน้อยหน่าสีขาวนวลนั้นอัดแน่นไปด้วย วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย แต่ที่โดดเด่นและมีส่วนช่วยบำรุงสมองและระบบประสาทเป็นพิเศษ ได้แก่

  1. วิตามินซี : สารต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ ช่วยปกป้องเซลล์สมองจากการถูกทำลาย ลดความเสี่ยงของโรคความจำเสื่อม และช่วยในการสร้างสารสื่อประสาทที่สำคัญ

  2. วิตามินบี6 : มีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบประสาท ช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และช่วยในการนอนหลับ

  3. โพแทสเซียม : แร่ธาตุสำคัญที่ช่วยควบคุมการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ รวมถึงช่วยในการส่งสัญญาณประสาท

  4. แมกนีเซียม : มีส่วนช่วยในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดความตึงเครียด บรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน และช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่น่าสนใจ พบว่า สารสกัดจากน้อยหน่า มีฤทธิ์ช่วยป้องกันการเกิดโรคพาร์กินสัน ซึ่งเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยสารสกัดดังกล่าวจะช่วยยับยั้งการตายของเซลล์สมอง และลดการสะสมของโปรตีนที่เป็นสาเหตุของโรคได้

น้อยหน่า : เทคนิคง่ายๆ บำรุงสมองได้ทุกวัน

การรับประทานน้อยหน่าเป็นประจำ จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ในการบำรุงสมองและระบบประสาท ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถรับประทานได้ทั้งแบบสดๆ หรือนำไปแปรรูปเป็นเมนูอื่นๆ เช่น สมูทตี ไอศกรีม เค้ก หรือแยม เพื่อเพิ่มความหลากหลายในการรับประทาน

ปริมาณน้อยหน่า พลังงาน วิตามินซี
100 กรัม 94 กิโลแคลอรี 34 มิลลิกรัม

อย่างไรก็ตาม การรับประทานน้อยหน่าในปริมาณที่เหมาะสม ก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ก่อนเลือกรับประทาน เพื่อสุขภาพที่ดีและได้รับประโยชน์จากน้อยหน่าอย่างแท้จริง

#น้อยหน่า #บำรุงสมอง #ระบบประสาท #สุขภาพ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...