ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

2.5 ปีแห่งการดูแล: บทวิเคราะห์เวลาที่เราทุ่มเทให้กับตัวเอง

2.5 ปีแห่งการดูแล: บทวิเคราะห์เวลาที่เราทุ่มเทให้กับตัวเอง

2.5 ปีแห่งการดูแล: บทวิเคราะห์เวลาที่เราทุ่มเทให้กับตัวเอง

ชีวิตของมนุษย์เรานั้นแสนสั้น หากเปรียบเป็นกาลเวลาก็เทียบได้กับผืนทรายเพียงหยิบมือ ท่ามกลางผืนทรายอันน้อยนิดนี้ เราใช้เวลาไปกับการทำงาน เรียนหนังสือ สร้างความสัมพันธ์ และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ตลอดช่วงชีวิตอันแสนมีค่า เราใช้เวลาไปกับการดูแลตัวเองมากน้อยเพียงใด

ข้อมูลจากงานวิจัยชิ้นหนึ่งเผยให้เห็นถึงสถิติที่น่าสนใจว่า โดยเฉลี่ยแล้ว คนเราใช้เวลาไปกับการดูแลตัวเองประมาณ 2.5 ปี ตลอดช่วงชีวิต ซึ่งดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่หากลองคำนวณดูแล้ว 2.5 ปีนั้นคิดเป็นเวลากว่า 912 วัน หรือ 22,000 ชั่วโมงเลยทีเดียว

แล้ว “การดูแลตัวเอง” ในที่นี้ หมายความรวมถึงอะไรบ้าง?

คำว่า “การดูแลตัวเอง” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การอาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว หรือรับประทานอาหารเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่ส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและใจของเรา ยกตัวอย่างเช่น

ด้าน กิจกรรม
สุขภาพกาย การออกกำลังกาย, การนอนหลับพักผ่อน, การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์, การตรวจสุขภาพเป็นประจำ
สุขภาพจิต การฝึกสมาธิ, การทำกิจกรรมที่ชอบ, การพักผ่อนหย่อนใจ, การปรึกษาจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ
การพัฒนาตนเอง การอ่านหนังสือ, การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ, การเข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์, การพัฒนาทักษะต่างๆ

แม้ว่า 2.5 ปี อาจดูเป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆ ของชีวิต แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันคือช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจของเราในระยะยาวแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตในด้านอื่นๆ อีกด้วย ดังนั้น เราควรให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองอย่างจริงจัง และจัดสรรเวลาให้กับกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

Fun Fact: รู้หรือไม่ว่า การหัวเราะเป็นยาชั้นดี ช่วยลดความเครียด และเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองได้ด้วยนะ

#ดูแลตัวเอง #สุขภาพกาย #สุขภาพจิต #เวลาชีวิต

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...