ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สัญญาณไฟจราจร: 2 สัปดาห์แห่งการรอคอยในชีวิต


สัญญาณไฟจราจร: 2 สัปดาห์แห่งการรอคอยในชีวิต

สัญญาณไฟจราจร: 2 สัปดาห์แห่งการรอคอยในชีวิต

คุณเคยรู้สึกหงุดหงิดใจขณะติดอยู่บนถนน รถติดยาวเหยียด และสิ่งที่ขวางกั้นคุณจากจุดหมายปลายทาง คือ สัญญาณไฟจราจรสีแดง หรือไม่?

เชื่อหรือไม่ว่า จากสถิติพบว่า คนทั่วไปใช้เวลากว่า 2 สัปดาห์ในชีวิตไปกับการรอสัญญาณไฟจราจร!


เวลาที่เสียไป

งานวิจัยโดยบริษัท INXX พบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว คนเราจะใช้เวลาราว 26 ชั่วโมงต่อปี ไปกับการรอสัญญาณไฟจราจร หากคิดคำนวณตลอดช่วงชีวิต (โดยเฉลี่ยอายุ 79 ปี) ก็จะเท่ากับว่า เราเสียเวลากว่า 2 สัปดาห์ ไปกับการนั่งรอสัญญาณไฟ!

ปัจจัยที่ส่งผลต่อเวลาการรอคอย

เวลาที่ใช้รอกับสัญญาณไฟจราจร อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาทิเช่น

  • ปริมาณการจราจร: ยิ่งมีรถมาก ยิ่งต้องใช้เวลารอนาน
  • ช่วงเวลา: ช่วงเวลาเร่งด่วน มักมีรถติดขัดมากกว่า
  • สภาพอากาศ: ฝนตก น้ำท่วม หรือ ทัศนวิสัยไม่ดี อาจทำให้รถเคลื่อนตัวช้า
  • สภาพภูมิศาสตร์: เมืองใหญ่ที่มีสี่แยกเยอะ มีแนวโน้มที่รถจะติดขัดกว่า

ผลกระทบที่มากกว่าการเสียเวลา

นอกจากการเสียเวลาอันมีค่าแล้ว การรอคอยสัญญาณไฟจราจร ยังส่งผลกระทบอื่น ๆ อีกด้วย

ผลกระทบ รายละเอียด
สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง การหยุดรถและออกตัวซ้ำ ๆ ทำให้สิ้นเปลืองน้ำพลังงาน
มลพิษทางอากาศ รถยนต์ปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะติดเครื่องยนต์
ความเครียด การจราจรติดขัด เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียดได้

บทสรุป

แม้ว่าเราจะหลีกเลี่ยงสัญญาณไฟจราจรไปไม่ได้เลย แต่การตระหนักถึงเวลาที่เสียไป อาจช่วยให้เราวางแผนการเดินทางได้ดีขึ้น เลือกใช้เส้นทางลัด หรือ เดินทางในช่วงเวลาที่รถไม่ติด



#สัญญาณไฟจราจร #รถติด #เวลา #ชีวิต

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...