ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Dolce & Gabbana ปล่อยน้ำหอมสำหรับน้องหมา...จริงดิ?!

Dolce & Gabbana ปล่อยน้ำหอมสำหรับน้องหมา...จริงดิ?!

ใครว่าแฟชั่นชั้นสูงเป็นเรื่องของคนเท่านั้น ล่าสุดแบรนด์ดังอย่าง Dolce & Gabbana ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สุดล้ำ นั่นก็คือ “น้ำหอมสำหรับน้องหมา” เรียกเสียงฮือฮาจากคนรักสัตว์ทั่วโลก!

เทรนด์คนรักสัตว์มาแรงแซงทุกโค้ง

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่แบรนด์หรูหันมาเอาใจเหล่าเจ้าของและน้องหมา เพราะตลาดสินค้าและบริการสำหรับสัตว์เลี้ยงกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากข้อมูลของสมาคมผลิตภัณฑ์เพื่อสัตว์เลี้ยงอเมริกัน (APPA) พบว่าในปี 2020 ตลาดสัตว์เลี้ยงทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 232.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ! โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้คนต่างใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงยิ่งแน่นแฟ้น

น้ำหอมสำหรับน้องหมา… กลิ่นเป็นยังไงนะ?

Dolce & Gabbana ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกลิ่นของน้ำหอมสำหรับน้องหมาตัวนี้มากนัก แต่บอกใบ้เพียงว่า เป็นกลิ่นหอมสดชื่น สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน แน่นอนว่าต้องผ่านการทดสอบมาแล้วว่าปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง

เสียงตอบรับจากคนรักหมา

การมาของน้ำหอมสำหรับน้องหมาจาก Dolce & Gabbana สร้างความตื่นเต้นให้กับคนรักหมาทั่วโลก แม้ราคาจะยังไม่เป็นที่เปิดเผย แต่เชื่อว่าหลายคนพร้อมทุ่มทุนเพื่อให้เจ้าตูบตัวโปรดได้สัมผัสความหอมระดับไฮเอนด์

Fun Fact

- รู้หรือไม่ว่า จมูกของสุนัขมีประสาทรับกลิ่นมากกว่ามนุษย์ถึง 10,000-100,000 เท่า! - น้องหมาสามารถจดจำกลิ่นของเจ้าของได้ แม้จะไม่ได้เจอกันนานหลายปี

#สัตว์เลี้ยง #แฟชั่น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...