ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทำไมการเห็นภาพที่มีรูถึงทำให้เกิดความรู้สึกขนลุกหรือขยะแขยง?

ทำไมการเห็นภาพที่มีรูถึงทำให้เกิดความรู้สึกขนลุกหรือขยะแขยง?

ทำไมการเห็นภาพที่มีรูถึงทำให้เกิดความรู้สึกขนลุกหรือขยะแขยง?

คุณเคยรู้สึกขนลุกหรือขยะแขยงเมื่อเห็นภาพของรังผึ้ง รูบนฝักบัว หรือแม้กระทั่งรูขุมขนบนผิวหนังที่ถูกขยายหรือไม่? ถ้าใช่ คุณไม่ได้อยู่คนเดียว ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "Trypophobia" ซึ่งเป็นความกลัวหรือความรู้สึกขยะแขยงต่อการมองเห็นกลุ่มของรูหรือวงกลมที่รวมตัวกันอย่างใกล้ชิด

แม้ว่า Trypophobia จะไม่ถูกจัดว่าเป็นโรคทางจิตเวชอย่างเป็นทางการในคู่มือการวินิจฉัยและสถิติสำหรับความผิดปกติทางจิตใจ (DSM-5) แต่นักวิจัยพบว่า Trypophobia ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมากทั่วโลก งานวิจัยในปี 2013 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Psychological Science พบว่าภาพที่กระตุ้นให้เกิด Trypophobia นั้นกระตุ้นการตอบสนองทางสรีรวิทยาที่คล้ายกับที่เห็นในความกลัวและความรังเกียจ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจและการนำไฟฟ้าของผิวหนังที่เพิ่มขึ้น

สาเหตุของ Trypophobia

ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าทำไมบางคนถึงเกิด Trypophobia แต่นักวิทยาศาสตร์ได้เสนอทฤษฎีที่เป็นไปได้หลายประการ ได้แก่:

  1. การเชื่อมโยงทางวิวัฒนาการ: นักวิจัยบางคนเชื่อว่า Trypophobia อาจเป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เชื่อมโยงกับอันตรายหรือโรคภัยไข้เจ็บในอดีตของมนุษย์ เช่น สัตว์มีพิษ พืชมีพิษ หรือแม้กระทั่งโรคผิวหนังบางชนิดที่ปรากฏเป็นกลุ่มของรูหรือรอยกระแทก
  2. การประมวลผลภาพ: ทฤษฎีอีกประการหนึ่งชี้ให้เห็นว่า Trypophobia อาจเกิดจากความผิดปกติในการประมวลผลภาพในสมอง ภาพที่มีรูปแบบซ้ำๆ เช่น กลุ่มของรู อาจทำให้เกิดการทำงานหนักเกินไปในส่วนหนึ่งของสมองที่รับผิดชอบในการประมวลผลภาพ ซึ่งนำไปสู่อาการไม่สบาย
  3. การเรียนรู้และประสบการณ์ส่วนตัว: เช่นเดียวกับความกลัวและความหวาดกลัวอื่นๆ Trypophobia อาจพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ในอดีตที่ไม่พึงประสงค์หรือกระทบกระเทือนจิตใจที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มของรู ตัวอย่างเช่น คนๆ หนึ่งอาจพัฒนา Trypophobia หลังจากมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับรังผึ้งหรือฝักบัวที่เต็มไปด้วยเชื้อรา

ผลกระทบของ Trypophobia

สำหรับบางคน Trypophobia อาจเป็นเพียงเรื่องรำคาญเล็กน้อยที่ทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นภาพบางภาพ อย่างไรก็ตาม สำหรับบางคน Trypophobia อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อชีวิตประจำวันของพวกเขา

อาการของ Trypophobia อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่อาจรวมถึง:

  • รู้สึกขนลุก
  • รู้สึกขยะแขยง
  • รู้สึกคัน
  • เหงื่อออก
  • วิงเวียนศีรษะ
  • หายใจลำบาก
  • คลื่นไส้
  • ตื่นตระหนก

ในกรณีที่รุนแรง Trypophobia อาจนำไปสู่ การหลีกเลี่ยงสถานการณ์หรือสิ่งของที่กระตุ้น เช่น การหลีกเลี่ยงการอาบน้ำฝักบัว การดูรายการทำอาหารบางรายการ หรือแม้กระทั่งการออกไปข้างนอกในธรรมชาติ

การรักษา Trypophobia

หาก Trypophobia ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคุณ มีวิธีการรักษาหลายอย่างที่สามารถช่วยได้:

  1. การบำบัดด้วยความคิดและพฤติกรรม (CBT): CBT เป็นรูปแบบหนึ่งของการบำบัดด้วยการพูดคุยที่สามารถช่วยให้คุณระบุและเปลี่ยนแปลงรูปแบบความคิดและพฤติกรรมเชิงลบที่นำไปสู่อาการของคุณ ในบริบทของ Trypophobia CBT อาจเกี่ยวข้องกับการสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นที่ก่อให้เกิดความกลัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป (เช่น ภาพของกลุ่มของรู) ในขณะที่เรียนรู้เทคนิคการรับมือเพื่อจัดการกับความวิตกกังวลของคุณ
  2. เทคนิคการผ่อนคลาย: การฝึกเทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การหายใจลึกๆ การฝึกสติ และการผ่อนคลายกล้ามเนื้อแบบก้าวหน้า สามารถช่วยลดความวิตกกังวลและความรู้สึกไม่สบายทางร่างกายที่เกี่ยวข้องกับ Trypophobia
  3. ยา: ในบางกรณี แพทย์ของคุณอาจสั่งจ่ายยา เช่น ยาแก้ซึมเศร้าหรือยาแก้กังวล เพื่อช่วยจัด อาการของคุณ อย่างไรก็ตาม มักใช้ยาร่วมกับการบำบัดด้วยการพูดคุย

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Trypophobia

  • คำว่า "Trypophobia" ถูกสร้างขึ้นในปี 2005 บนฟอรัมอินเทอร์เน็ต
  • นักวิจัยบางคนเชื่อว่า Trypophobia อาจแพร่หลายในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
  • บางคนรายงานว่ามีอาการ Trypophobia รุนแรงขึ้นเมื่อพวกเขาเหนื่อย เครียด หรือรู้สึกไม่สบาย

สถิติเกี่ยวกับ Trypophobia

แม้ว่าจะไม่ใช่การวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ แต่ Trypophobia เชื่อว่าส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก

แหล่งที่มา สถิติ
งานวิจัยปี 2013 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Psychological Science 16% ของผู้เข้าร่วมรายงานว่ามีอาการ Trypophobia ในระดับปานกลางถึงรุนแรง
แบบสำรวจออนไลน์ปี 2016 ของผู้คนกว่า 2,000 คน 11% ของผู้ตอบแบบสอบถามรายงานว่ามีอาการ Trypophobia

เป็นสิ่งสำคัญที่ควรทราบว่าสถิตินี้เป็นเพียงการประมาณการ และอุบัติการณ์ที่แท้จริงของ Trypophobia อาจสูงขึ้นหรือต่ำลง

#Trypophobia #ความกลัวรู #สุขภาพจิต #วิทยาศาสตร์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...