ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รู้หรือไม่ ? ญี่ปุ่นหยุดงานเฉลิมฉลองวันกีฬา ปีละกว่า 17 ล้านวัน!

รู้หรือไม่ ? ญี่ปุ่นหยุดงานเฉลิมฉลองวันกีฬา ปีละกว่า 17 ล้านวัน!

รู้หรือไม่ ? ญี่ปุ่นหยุดงานเฉลิมฉลองวันกีฬา ปีละกว่า 17 ล้านวัน!

เมื่อเอ่ยถึงประเทศญี่ปุ่น ภาพลักษณ์ที่ผุดขึ้นมาในหัวใครหลายคน คงหนีไม่พ้นเรื่องของเทคโนโลยีสุดล้ำ วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ และแน่นอนว่า...จิตวิญญาณแห่งนักสู้ที่สะท้อนผ่านกีฬาที่พวกเขารัก แต่รู้หรือไม่ว่า ความหลงใหลในกีฬานี้เอง ที่ทำให้ญี่ปุ่นมีวันหยุดสุดแปลก ที่หลายประเทศอาจไม่เคยรู้มาก่อน นั่นก็คือ "วันกีฬา" หรือ "Health and Sports Day" ที่ทำให้คนญี่ปุ่นกว่า 17 ล้านคน พักผ่อนจากการทำงาน เพื่อเฉลิมฉลองวันแห่งสุขภาพกันอย่างพร้อมหน้า


ทำไมต้องมีวันกีฬา ?

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมญี่ปุ่นถึงให้ความสำคัญกับวันกีฬามากถึงขนาดต้องกำหนดให้เป็นวันหยุดประจำชาติ ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1964 ญี่ปุ่นได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ทั่วโลกหันมาจับตามองดินแดนอาทิตย์อุทัยมากขึ้น และเพื่อเป็นการระลึกถึงความสำเร็จในครั้งนั้น ญี่ปุ่นจึงกำหนดให้วันที่ 10 ตุลาคม ของทุกปี เป็น "วันกีฬา" โดยเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1966

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น คือ จุดประสงค์หลักของวันกีฬา ไม่ใช่แค่การรำลึกถึงอดีตเท่านั้น แต่คือการตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ ผ่านการเล่นกีฬาและกิจกรรมนันทนาการต่างๆ รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการกระตุ้นให้ประชาชนลุกขึ้นมาขยับเขยื้อนร่างกาย สร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง และแน่นอนว่า การกำหนดให้วันกีฬาเป็นวันหยุด ก็เป็นแรงจูงใจชั้นดีที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัย ต่างออกมาสนุกกับการออกกำลังกายกันอย่างคับคั่ง


วันแห่งความสนุกของคนทุกวัย

แน่นอนว่า เมื่อเป็นวันหยุด คนญี่ปุ่นก็ไม่พลาดที่จะใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อนฝูง หรือแม้แต่บริษัทต่างๆ ก็ต่างจัดกิจกรรมมากมายต้อนรับวันกีฬาอย่างคึกคัก โดยกิจกรรมยอดฮิตในวันกีฬาของญี่ปุ่น ได้แก่

  • การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน เช่น การแข่งวิ่งสามขา ชักเย่อ
  • เดินป่า ปีนเขา ปั่นจักรยาน
  • เข้าร่วมกิจกรรม Workshop ออกกำลังกาย
  • ทำอาหารเพื่อสุขภาพทานร่วมกันในครอบครัว

ที่น่าสนใจคือ กิจกรรมในวันกีฬา ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกิจกรรมที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและชุมชนอีกด้วย


วันกีฬา เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

แม้จุดประสงค์หลักของวันกีฬาจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่รูปแบบการเฉลิมฉลองก็มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เช่น

ยุคสมัย กิจกรรมยอดนิยม
อดีต เน้นการแข่งขันกีฬาเป็นหลัก เช่น วิ่งผลัด กระโดดเชือก ชักคะเย่อ
ปัจจุบัน เน้นกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น เช่น มาราธอน เต้น Zumba โยคะ ปีนผาจำลอง e-sport

จะเห็นได้ว่า วันกีฬาของญี่ปุ่น ไม่ได้เป็นเพียงวันหยุดธรรมดา แต่เป็นวันที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และวิวัฒนาการของสังคมญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี


Fun Fact เกี่ยวกับวันกีฬา

  • รู้หรือไม่ว่า ในปี 2000 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศให้วันจันทร์ที่สองของเดือนตุลาคม เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อให้ประชาชนได้หยุดยาว 3 วันติดต่อกันในช่วงวันกีฬา กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
  • ในปี 2020 ที่ผ่านมา แม้จะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 แต่ชาวญี่ปุ่นก็ยังคงเฉลิมฉลองวันกีฬาอย่างต่อเนื่อง โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานเป็นแบบออนไลน์แทน
  • จากสถิติพบว่า วันกีฬา ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากอาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน และโรค NCDs (Non-communicable diseases) ได้อย่างเห็นได้ชัด

วันกีฬาของญี่ปุ่น นับเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่น่าสนใจ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในสุขภาพ และการใช้ชีวิตอย่างสมดุลของชาวญี่ปุ่น และเป็นอีกหนึ่งแนวคิดดีๆ ที่หลายประเทศสามารถนำไปปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของตนเองได้


#วันกีฬา #ญี่ปุ่น #สุขภาพดี #วันหยุด

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...