ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อัตราการเต้นของหัวใจปกติอยู่ที่เท่าไร?

อัตราการเต้นของหัวใจปกติอยู่ที่เท่าไร?

อัตราการเต้นของหัวใจปกติอยู่ที่เท่าไร?

หัวใจ อวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายตลอดเวลา การเต้นของหัวใจแต่ละครั้งบ่งบอกถึงจังหวะการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด แต่รู้หรือไม่ว่าอัตราการเต้นของหัวใจที่ปกติควรอยู่ที่เท่าไร? และปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเต้นของหัวใจ? บทความนี้จะพาไปค้นหาคำตอบและไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน

อัตราการเต้นของหัวใจปกติ

อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) หมายถึง จำนวนครั้งที่หัวใจเต้นในหนึ่งนาที โดยทั่วไปแล้วอัตราการเต้นของหัวใจปกติจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุ เพศ ระดับความฟิตของร่างกาย และสุขภาพโดยรวม อย่างไรก็ตาม อัตราการเต้นของหัวใจเฉลี่ยของคนทั่วไปที่อยู่ในภาวะพักผ่อนมีดังนี้:

ช่วงอายุ อัตราการเต้นของหัวใจ (ครั้ง/นาที)
ทารกแรกเกิด (0-3 เดือน) 80-160
ทารก (3-12 เดือน) 70-120
เด็ก (1-10 ปี) 70-110
วัยรุ่น (10-19 ปี) 60-100
ผู้ใหญ่ (20 ปีขึ้นไป) 60-100
นักกีฬา 40-60

สำหรับนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ อัตราการเต้นของหัวใจมักจะต่ำกว่าคนทั่วไป เนื่องจากหัวใจของพวกเขาแข็งแรงกว่าและสามารถสูบฉีดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ

นอกเหนือจากปัจจัยพื้นฐานอย่างอายุ เพศ และระดับความฟิตแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ได้แก่:

  • ระดับความเครียดและอารมณ์
  • การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์
  • การใช้ยาบางชนิด
  • โรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์
  • อุณหภูมิของร่างกายและสภาพแวดล้อม

การตรวจเช็คอัตราการเต้นของหัวใจ

เราสามารถตรวจเช็คอัตราการเต้นของหัวใจได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง โดยการวางนิ้วชี้และนิ้วกลางลงบนข้อมือด้านนิ้วโป้ง ตรงบริเวณเส้นเลือดแดงที่เต้นอยู่ จากนั้นนับจำนวนครั้งที่หัวใจเต้นภายในเวลา 1 นาที

เมื่อใดที่ควรไปพบแพทย์

หากพบว่าอัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ เช่น เต้นเร็วผิดปกติ (มากกว่า 100 ครั้ง/นาที) หรือเต้นช้าผิดปกติ (น้อยกว่า 60 ครั้ง/นาที) ร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที


**Fun Fact:** รู้หรือไม่ว่าหัวใจของมนุษย์เต้นเฉลี่ยประมาณ 100,000 ครั้งต่อวัน และสูบฉีดเลือดได้ประมาณ 5 ลิตรต่อนาที!

#สุขภาพ #หัวใจ #อัตราการเต้นของหัวใจ #การดูแลสุขภาพ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...