ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อาการอาเจียนในเด็ก: สาเหตุและวิธีดูแล

อาการอาเจียนในเด็ก: สาเหตุและวิธีดูแล

อาการอาเจียนในเด็ก: สาเหตุและวิธีดูแล

อาการอาเจียนในเด็กเป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในช่วงวัยทารกและเด็กเล็ก แม้ว่าอาการอาเจียนส่วนใหญ่จะไม่ร้ายแรงและมักจะหายไปเองภายใน 1-2 วัน แต่ในบางกรณีอาการอาเจียนอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคหรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ บทความนี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุของอาการอาเจียนในเด็ก วิธีดูแล และเวลาที่ควรไปพบแพทย์

สาเหตุของอาการอาเจียนในเด็ก

อาการอาเจียนในเด็กมีสาเหตุได้หลายอย่าง ตั้งแต่สาเหตุทั่วไปที่ไม่ร้ายแรงไปจนถึงสาเหตุที่ร้ายแรง ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:

  1. การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการอาเจียนในเด็ก เช่น โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบจากไวรัส (Gastroenteritis) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “โรคอาหารเป็นพิษ”
  2. การแพ้อาหาร: เด็กบางคนอาจแพ้นมวัว ไข่ ถั่ว หรืออาหารทะเล ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการอาเจียนได้
  3. ภาวะอาหารเป็นพิษ: การรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย หรือสารพิษ สามารถทำให้เกิดอาการอาเจียนและท้องเสียได้
  4. การกลืนกินสิ่งแปลกปลอม: เด็กเล็กอาจเผลอกลืนกินสิ่งของชิ้นเล็กๆ เช่น เหรียญ กระดุม หรือของเล่น ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการอาเจียนได้
  5. โรคติดเชื้ออื่นๆ: เช่น ไข้หวัด หูติดเชื้อ ปอดบวม หรือติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  6. การเคลื่อนไหว: เด็กบางคนมีอาการเมารถ เมาเรือ หรือเมาเครื่องบิน ซึ่งทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนได้
  7. การได้รับยาบางชนิด: ยาบางชนิดเช่น ยาปฏิชีวนะ ยาเคมีบำบัด อาจมีผลข้างเคียงทำให้อาเจียนได้
  8. สาเหตุที่ร้ายแรง: แม้จะพบได้น้อย แต่อาการอาเจียนอาจเป็นสัญญาณของโรคหรือภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้ เช่น ไส้ติ่งอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือเนื้องอกในสมอง

วิธีดูแลเด็กที่อาเจียน

เป้าหมายในการดูแลเด็กที่อาเจียนคือการป้องกันภาวะขาดน้ำและทำให้เด็กรู้สึกสบายขึ้น ซึ่งสามารถทำได้โดย:

  • ให้เด็กดื่มน้ำมากๆ: ควรให้เด็กจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากการอาเจียน สามารถให้ดื่มน้ำเกลือแร่สำหรับเด็ก น้ำผลไม้เจือจาง หรือน้ำซุปใสๆ ได้
  • ให้เด็กรับประทานอาหารอ่อนๆ: เมื่อเด็กเริ่มรู้สึกดีขึ้น ควรให้เด็กรับประทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก หรือขนมปังปิ้ง หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง รสจัด หรือมีรสหวานมากเกินไป
  • ให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
  • สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด: หากอาการของเด็กไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ไข้สูง ปวดท้องรุนแรง ถ่ายเป็นเลือด หรือซึมลง ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันที

สัญญาณเตือนที่ควรพาเด็กไปพบแพทย์

แม้ว่าอาการอาเจียนส่วนใหญ่จะไม่ร้ายแรง แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณของโรคหรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันทีหากพบอาการดังต่อไปนี้:

อาการ คำอธิบาย
อาเจียนรุนแรงหรืออาเจียนติดต่อกันนานกว่า 24 ชั่วโมง อาจบ่งบอกถึงภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง
อาเจียนเป็นเลือด หรืออาเจียนมีลักษณะเป็นกากกาแฟ อาจบ่งบอกถึงเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น
ปวดท้องรุนแรง อาจบ่งบอกถึงไส้ติ่งอักเสบหรือภาวะอื่นๆ ที่ร้ายแรง
ไข้สูง (38 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่า) อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรีย
ท้องเสียรุนแรงหรือถ่ายเป็นเลือด อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อในลำไส้ใหญ่
ซึมลง ไม่ตอบสนอง หรือมีอาการชัก อาจบ่งบอกถึงภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
มีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ตาโหล ผิวหนังเหี่ยว อาจบ่งบอกถึงภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง
น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว อาจบ่งบอกถึงโรคเรื้อรังหรือภาวะขาดสารอาหาร

Fun Fact: ทราบหรือไม่ว่าเด็กทารกที่กินนมแม่มีโอกาสน้อยกว่าที่จะอาเจียนรุนแรงเมื่อเทียบกับเด็กทารกที่กินนมผสม เนื่องจากนมแม่มีสารอาหารและภูมิคุ้มกันที่ช่วยป

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...