ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สายพันธุ์ใหม่ของโรคฝีดาษลิง: 7 ประเทศยืนยันพบผู้ติดเชื้อ

สายพันธุ์ใหม่ของโรคฝีดาษลิง: 7 ประเทศยืนยันพบผู้ติดเชื้อ

สายพันธุ์ใหม่ของโรคฝีดาษลิง: 7 ประเทศยืนยันพบผู้ติดเชื้อ

สายพันธุ์ใหม่ของโรคฝีดาษลิง: 7 ประเทศยืนยันพบผู้ติดเชื้อ

เมื่อไม่นานมานี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับการค้นพบสายพันธุ์ใหม่ของเชื้อไวรัสฝีดาษลิง ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคฝีดาษลิง สายพันธุ์ใหม่นี้ถูกตั้งชื่อว่า "สายพันธุ์ IIb" โดยมีรายงานการตรวจพบใน 7 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ สหราชอาณาจักร สเปน โปรตุเกส เบลเยียม ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี

ข้อมูลเกี่ยวกับสายพันธุ์ใหม่

ข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ว่า สายพันธุ์ IIb อาจมีความสามารถในการแพร่ระบาดที่สูงกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานยืนยันที่แน่ชัดว่า สายพันธุ์นี้ก่อให้เกิดอาการรุนแรงขึ้นหรือดื้อต่อวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือไม่

สถานการณ์การแพร่ระบาด

ข้อมูล ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2566 พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ IIb แล้วกว่า 100 รายทั่วโลก โดยส่วนใหญ่อยู่ในทวีปยุโรป หน่วยงานด้านสาธารณสุขในหลายประเทศกำลังเร่งติดตามสถานการณ์และสอบสวนโรคอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด

อาการและการป้องกัน

อาการของโรคฝีดาษลิงที่เกิดจากสายพันธุ์ IIb นั้นไม่แตกต่างจากสายพันธุ์ดั้งเดิมมากนัก โดยทั่วไปจะประกอบด้วย

  • มีไข้
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • มีผื่นขึ้นบริเวณใบหน้า ลำตัว และแขนขา

วิธีป้องกันโรคฝีดาษลิงที่ดีที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ รวมถึงสัตว์ป่าที่อาจเป็นพาหะ การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ

  • โรคฝีดาษลิงไม่ใช่โรคใหม่ โดยพบครั้งแรกในลิงทดลองเมื่อปี ค.ศ. 1958 และพบในมนุษย์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1970
  • เชื้อไวรัสฝีดาษลิงเป็นเชื้อไวรัส DNA ซึ่งมีความเสถียรมากกว่าเชื้อไวรัส RNA เช่น เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ จึงมีโอกาสกลายพันธุ์น้อยกว่า

การค้นพบสายพันธุ์ใหม่ของเชื้อไวรัสฝีดาษลิง เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและควบคุมโรคติดเชื้อ การปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด จะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคได้

#โรคฝีดาษลิง #สายพันธุ์ใหม่ #สาธารณสุข #สุขภาพ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...