ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไข้ฝีดาษลิงระบาดหนักอีกครั้ง แต่หลายคนกลับลืมโรคนี้ไปแล้ว

ไข้ฝีดาษลิงระบาดหนักอีกครั้ง แต่หลายคนกลับลืมโรคนี้ไปแล้ว

ไข้ฝีดาษลิงระบาดหนักอีกครั้ง แต่หลายคนกลับลืมโรคนี้ไปแล้ว

ไข้ฝีดาษลิงระบาดหนักอีกครั้ง แต่หลายคนกลับลืมโรคนี้ไปแล้ว

หลังจากที่สถานการณ์โรคไข้ฝีดาษลิง หรือ Mpox เคยทุเลาลงในช่วงปลายปี 2022 ล่าสุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกประกาศเตือนถึงการแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่น่ากังวล โดยพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย

ข้อมูลจาก WHO ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2023 เป็นต้นมา พบผู้ป่วยไข้ฝีดาษลิงแล้วกว่า 15,000 ราย ใน 70 ประเทศทั่วโลก โดยภูมิภาคที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ แอฟริกาตะวันตก และแอฟริกากลาง ซึ่งมีรายงานผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังพบการระบาดในกลุ่มประเทศที่ไม่เคยมีรายงานผู้ป่วยมาก่อน เช่น ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาใต้

สาเหตุของการระบาดระลอกใหม่

แม้จะยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการระบาดระลอกใหม่ได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคกลับมาระบาดอีกครั้ง มีดังนี้

  • การลดลงของภูมิคุ้มกันโรค หลังจากที่เคยติดเชื้อในช่วงการระบาดครั้งก่อน
  • การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค เช่น การยกเลิกข้อกำหนดในการสวมหน้ากากอนามัย และการเว้นระยะห่างทางสังคม
  • การเดินทางระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
  • การขาดความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรค หลังจากที่สถานการณ์เคยคลี่คลายลง หลายคนอาจหลงลืมวิธีป้องกัน และไม่ตระหนักถึงอันตรายของโรค

ไข้ฝีดาษลิง อันตรายแค่ไหน?

ไข้ฝีดาษลิง เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สามารถแพร่ระบาดจากสัตว์สู่คน และจากคนสู่คนได้ โดยมีอาการเบื้องต้นคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ต่อมน้ำท่วมโต และอ่อนเพลีย หลังจากนั้น 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นตามร่างกาย โดยเริ่มจากใบหน้าก่อน แล้วจึงล spreading to other parts of the body, particularly the palms of the hands and soles of the feet.

แม้ว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้ฝีดาษลิงจะต่ำกว่าโรคฝีดาษ (Smallpox) มาก แต่ก็ยังถือว่าเป็นโรคที่อันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

กลุ่มเสี่ยง ความเสี่ยง
เด็กเล็ก มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ง่ายกว่า
สตรีมีครรภ์ อาจทำให้แท้งบุตร หรือทารกแรกเกิดมีความผิดปกติได้
ผู้สูงอายุ ร่างกายฟื้นตัวช้า และมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนสูง
ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ยาก อาจทำให้เสียชีวิตได้

วิธีป้องกันตนเองจากไข้ฝีดาษลิง

แม้ว่าปัจจุบันจะมีวัคซีนป้องกันโรคไข้ฝีดาษลิงแล้ว แต่การป้องกันตนเองด้วยวิธีง่าย ๆ ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เช่น

  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือผู้ที่มีผื่นหรือแผลที่น่าสงสัย
  • ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ
  • ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสต่าง ๆ เป็นประจำ เช่น ลูกบิดประตู โต๊ะ เก้าอี้
  • รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ๆ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • พักผ่อนให้เพียงเพียง
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

หากท่านมีอาการป่วยที่สงสัยว่าอาจจะเป็นไข้ฝีดาษลิง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

#สุขภาพ #โรคระบาด #ไข้ฝีดาษลิง #Mpox

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...