ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ปฏิทินจูเช: การนับเวลาแบบเกาหลีเหนือ

ปฏิทินจูเช: การนับเวลาแบบเกาหลีเหนือ

เกาหลีเหนือ ดินแดนที่ปกคลุมด้วยม่านแห่งความลึกลับ นอกจากอุดมการณ์ทางการเมืองที่เข้มข้นและวัฒนธรรมที่โดดเด่นแล้ว ประเทศนี้ยังมีวิธีการนับเวลาที่แตกต่างจากส่วนอื่น ๆ ของโลก นั่นคือ "ปฏิทินจูเช" (Juche calendar) ระบบการนับปีที่ตั้งชื่อตามอุดมการณ์หลักของประเทศ และเริ่มต้นปีแรกด้วยวันคล้ายวันเกิดของ คิม อิล-ซ็อง บิดาผู้ก่อตั้งประเทศ

กำเนิดของปฏิทินจูเช

ปฏิทินจูเชไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการในทันทีหลังการก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือในปี ค.ศ. 1948 แต่เดิมที ประเทศนี้ยังคงใช้ปฏิทินเกรกอเรียน เช่นเดียวกับเกาหลีใต้และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 1997 สามปีหลังจากการเสียชีวิตของ คิม อิล-ซ็อง รัฐบาลเกาหลีเหนือภายใต้การนำของ คิม จอง อิล บุตรชาย ได้ประกาศใช้ปฏิทินจูเชอย่างเป็นทางการ โดยกำหนดให้ปี ค.ศ. 1912 ซึ่งเป็นปีเกิดของ คิม อิล-ซ็อง เป็นปีแรก

การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของลัทธิบูชาบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ คิม อิล-ซ็อง ในสังคมเกาหลีเหนือ ปฏิทินจูเชกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นชาติ และเป็นเครื่องมือในการปลูกฝังอุดมการณ์ชาตินิยมและความจงรักภักดีต่อผู้นำสูงสุด

การนับปีแบบจูเช

วิธีการนับปีแบบจูเชนั้นเรียบง่าย เพียงนำปี ค.ศ. มาลบด้วย 1911 ตัวอย่างเช่น:

ปฏิทินเกรกอเรียน ปฏิทินจูเช
1912 1
1945 34
2023 112

ปัจจุบัน เอกสารราชการ หนังสือพิมพ์ และสื่อต่าง ๆ ในเกาหลีเหนือล้วนใช้ปฏิทินจูเชเป็นหลัก แม้ว่าในบางกรณี เช่น การติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศ อาจมีการใช้ปฏิทินเกรกอเรียนควบคู่กันไปด้วย

อิทธิพลของปฏิทินจูเชต่อสังคมเกาหลีเหนือ

การใช้ปฏิทินจูเชไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคในการนับเวลา แต่ยังสะท้อนถึงวิธีคิดและค่านิยมของชาวเกาหลีเหนือ ที่ถูกปลูกฝังให้ยึดมั่นในอุดมการณ์จูเชและความเป็นผู้นำของตระกูลคิม

นอกจากนี้ ปฏิทินจูเชยังเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างความแตกต่างและตอกย้ำภาพลักษณ์ของเกาหลีเหนือในฐานะประเทศที่เป็นเอกเทศ แยกตัวออกจากอิทธิพลของโลกภายนอก

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับปฏิทินจูเช

  • วันที่ 15 เมษายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ คิม อิล-ซ็อง ถือเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่สำคัญที่สุดในประเทศ เรียกว่า "วันแห่งดวงอาทิตย์" (Day of the Sun)
  • วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ คิม จอง อิล ก็เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่สำคัญเช่นกัน เรียกว่า "วันแห่งดาวส่องแสง" (Day of the Shining Star)

ปฏิทินจูเช แม้จะเป็นเพียงระบบการนับเวลา แต่กลับแฝงไปด้วยนัยยะทางการเมือง วัฒนธรรม และอุดมการณ์ที่สะท้อนถึงความเป็นเกาหลีเหนือได้เป็นอย่างดี การทำความเข้าใจที่มาที่ไปและความสำคัญของปฏิทินนี้ จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของประเทศที่เต็มไปด้วยปริศนานี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

#เกาหลีเหนือ #ปฏิทินจูเช #คิมอิลซ็อง #อุดมการณ์จูเช

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...