ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หลอดเลือดแดงที่เลี้ยงหัวใจ: หลอดเลือดโคโรนารี เส้นเลือดสำคัญที่คุณควรรู้จัก


หลอดเลือดแดงที่เลี้ยงหัวใจ: หลอดเลือดโคโรนารี เส้นเลือดสำคัญที่คุณควรรู้จัก

หัวใจ อวัยวะที่เปรียบเสมือนเครื่องยนต์สำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ อย่างไม่หยุดยั้ง แต่รู้หรือไม่ว่า หัวใจเองก็ต้องการออกซิเจนและสารอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเช่นกัน ภารกิจสำคัญนี้จึงตกเป็นของ “หลอดเลือดโคโรนารี” หลอดเลือดขนาดเล็กแต่ทรงพลังที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงหัวใจให้เต้นเป็นจังหวะได้ตลอดชีวิต

หลอดเลือดโคโรนารีคืออะไร ทำไมจึงสำคัญ

หลอดเลือดโคโรนารี (Coronary Artery) คือ หลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่แตกแขนงออกมาจากหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตา (Aorta) บริเวณใกล้กับหัวใจ ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดที่อุดมไปด้วยออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง สามารถแบ่งออกเป็น 2 เส้นหลัก ได้แก่:

  1. หลอดเลือดโคโรนารีซ้าย (Left Coronary Artery): เป็นเส้นเลือดหลักที่แตกแขนงออกไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายและผนังหัวใจด้านหน้า
  2. หลอดเลือดโคโรนารีขวา (Right Coronary Artery): ทำหน้าที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างขวา ผนังหัวใจด้านล่าง และผนังหัวใจด้านหลังบางส่วน

หลอดเลือดโคโรนารีจึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดชีวิตของหัวใจ หากเกิดการอุดตันหรือตีบแคบขึ้น จะส่งผลให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้อย่างเพียงพอ เป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและหัวใจวายได้

ภัยเงียบที่คุกคามหลอดเลือดโคโรนารี

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หลอดเลือดโคโรนารีตีบตัน เกิดจากการสะสมของไขมัน คอเลสเตอรอล และหินปูนที่ผนังหลอดเลือด เกิดเป็นคราบพลัค (Plaque) ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว ขาดความยืดหยุ่น และมีขนาดเล็กลง ส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้น้อยลง ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่:

  • โรคเบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูง
  • ไขมันในเลือดสูง
  • การสูบบุหรี่
  • ภาวะอ้วน
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • ความเครียด
  • พันธุกรรม

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประชากรโลก โดยในปี พ.ศ. 2563 มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจทั่วโลกสูงถึง 18.6 ล้านคน

สัญญาณเตือนภัยที่ไม่ควรมองข้าม

อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจ มักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก ผู้ป่วยอาจไม่ทราบว่าตนเองกำลังเผชิญกับโรคนี้ อย่างไรก็ตาม หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน

  • เจ็บหน้าอก เหมือนมีอะไรมาทับ ปวดร้าวไปที่แขนซ้าย ไหล่ คอ กราม หรือหลัง
  • หายใจหอบเหนื่อย แม้ไม่ได้ออกแรง
  • ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เหงื่อออก ตัวเย็น
  • เป็นลมหมดสติ

ดูแลหัวใจให้แข็งแรง ห่างไกลโรค

การดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดเป็นสิ่งสำคัญที่ควรเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนี้

ด้าน วิธีปฏิบัติ
ควบคุมอาหาร เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารไขมันสูง คอเลสเตอรอลสูง และโซเดียม เช่น - เลือกเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น ปลา อกไก่ สันในหมู - เน้นผักผลไม้สด ธัญพืชไม่ขัดสี - หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารทอด อาหารรสจัด
ออกกำลังกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาที/ครั้ง สัปดาห์ละ 5 วัน เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
ควบคุมน้ำหนัก ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยวัดค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ให้อยู่ระหว่าง 18.5 - 22.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
งดสูบบุหรี่ สารพิษในบุหรี่ทำลายหลอดเลือดและหัวใจ การหลีกเลี่ยงบุหรี่จึงช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้มาก
ตรวจสุขภาพประจำปี ควรตรวจสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

Fun Fact: รู้หรือไม่ว่า ใน 1 วัน หัวใจของคนเราเต้นเฉลี่ยประมาณ 100,000 ครั้ง และสูบฉีดเลือดมากกว่า 2,000 แกลลอน หรือเทียบเท่ากับน้ำในสระว่ายน้ำขนาดเล็ก เลยทีเดียว

การดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและใส่ใจสุขภาพตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้เรามีหัวใจที่แข็งแรงและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและยืนยาว

#หัวใจ #หลอดเลือด #สุขภาพ #โรคหัวใจ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...