ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รู้หรือไม่? ลำไส้ของคุณมีพื้นที่เท่าสนามแบดมินตัน!

รู้หรือไม่? ลำไส้ของคุณมีพื้นที่เท่าสนามแบดมินตัน!

รู้หรือไม่? ลำไส้ของคุณมีพื้นที่เท่าสนามแบดมินตัน!

คุณอาจเคยได้ยินมาบ้างว่า ลำไส้ของคนเรานั้นมีความยาวมาก แต่รู้หรือไม่ว่า นอกจากความยาวที่น่าทึ่งแล้ว พื้นที่ผิวของลำไส้ยังกว้างใหญ่มากอีกด้วย โดยมีพื้นที่มากถึง 300-400 ตารางเมตร หรือเทียบเท่ากับขนาดของสนามแบดมินตันเลยทีเดียว!

แต่พื้นที่อันกว้างใหญ่ของลำไส้นั้นไม่ได้มีไว้เปล่าประโยชน์ เพราะมันคือพื้นที่สำคัญที่ทำหน้าที่ดูดซึมสารอาหารที่เรารับประทานเข้าไป

เนื้อเยื่อบุผิว: กองทัพนักดูดซึมสารอาหาร

ผนังลำไส้ของเราประกอบด้วยเนื้อเยื่อหลายชั้น หนึ่งในชั้นที่สำคัญที่สุดคือ เนื้อเยื่อบุผิว (Epithelium) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่สัมผัสโดยตรงกับอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ภายในเนื้อเยื่อบุผิวนี้มีเซลล์หลายชนิด แต่ละชนิดทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป เซลล์ที่ทำหน้าที่หลักในการดูดซึมสารอาหาร เรียกว่า เซลล์ดูดซึม (Absorptive cells)

เซลล์ดูดซึม: โครงสร้างสุดพิเศษเพื่อการดูดซึมอย่างมีประสิทธิภาพ

เซลล์ดูดซึมมีโครงสร้างที่น่าสนใจที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวในการดูดซึมได้อย่างมาก โครงสร้างเหล่านี้ประกอบไปด้วย:

  • วิลลัส (Villi): ส่วนที่ยื่นออกมาคล้ายนิ้วมือจำนวนมากมายบนผิวของลำไส้เล็ก
  • ไมโครวิลลัส (Microvilli): ส่วนที่ยื่นออกมาขนาดเล็กมากบนผิวของเซลล์ดูดซึมแต่ละเซลล์ คล้ายกับขนแปรงเล็กๆ

โครงสร้าง วิลลัส และ ไมโครวิลลัส นี้เองที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พื้นที่ผิวในการดูดซึมสารอาหารของลำไส้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

Fun Fact เกี่ยวกับลำไส้และการดูดซึม

  • ลำไส้เล็กของคนเรามีความยาวเฉลี่ยประมาณ 6-7 เมตร
  • ลำไส้เล็กสามารถดูดซึมสารอาหารได้มากถึง 90% ของอาหารที่เรารับประทานเข้าไป
  • การดูดซึมสารอาหารส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenum) และลำไส้เล็กส่วนกลาง (Jejunum)

ตารางแสดงชนิดของสารอาหารและบริเวณที่ดูดซึมในลำไส้เล็ก

สารอาหาร บริเวณที่ดูดซึม
คาร์โบไฮเดรต ลำไส้เล็กส่วนต้น และ ลำไส้เล็กส่วนกลาง
โปรตีน ลำไส้เล็กส่วนต้น และ ลำไส้เล็กส่วนกลาง
ไขมัน ลำไส้เล็กส่วนกลาง

การดูแลรักษาลำไส้ให้แข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะลำไส้ที่แข็งแรงหมายถึง การดูดซึมสารอาหารที่ดี ร่างกายที่แข็งแรง และสุขภาพที่ดีในระยะยาว

#ลำไส้ #การดูดซึม #สุขภาพ #สารอาหาร

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...