ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รู้หรือไม่ เล็บมือ ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะงอกใหม่จนเต็ม?

รู้หรือไม่ เล็บมือ ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะงอกใหม่จนเต็ม?

รู้หรือไม่? เล็บมือ ใช้เวลานานถึง 6 เดือน กว่าจะงอกใหม่จนเต็ม!

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ทำไมเล็บที่หักไป กว่าจะยาวเท่าเดิมถึงใช้เวลานานจัง? แล้วเล็บมือข้างที่ไม่ถนัด ทำไมถึงยาวช้ากว่าข้างที่ถนัด? บทความนี้รวบรวมคำตอบของทุกข้อสงสัย เกี่ยวกับเรื่องน่าทึ่งของเล็บ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!


เล็บงอกใหม่ ใช้เวลานานแค่ไหน?

โดยเฉลี่ยแล้ว เล็บมือของคนเราจะงอกใหม่วันละประมาณ 0.1 มิลลิเมตร หรือประมาณ 3 มิลลิเมตรต่อเดือน ซึ่งหมายความว่า เล็บที่หักไปจนถึงโคน จะใช้เวลานานถึง 4 - 6 เดือน กว่าจะงอกขึ้นมาใหม่จนเต็ม!

และนี่คือระยะเวลาโดยประมาณของเล็บแต่ละส่วน:

ส่วนของเล็บ ระยะเวลาการงอกใหม่
เล็บมือ 3 - 6 เดือน
เล็บเท้า 12 - 18 เดือน
เล็บที่โดนตัดออกไปจนถึงโคน 6 - 12 เดือน

ปัจจัยอะไรบ้าง ที่ส่งผลต่อการงอกของเล็บ?

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อความเร็วในการงอกของเล็บ เช่น:

  • อายุ: เล็บของเด็กและวัยรุ่นจะงอกเร็วกว่าผู้สูงอายุ
  • สุขภาพ: โรคภัยไข้เจ็บ การขาดสารอาหาร หรือการทานยาบางชนิด ล้วนส่งผลต่อการงอกของเล็บ
  • ฮอร์โมน: ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ หรือวัยหมดประจำเดือน ส่งผลต่ออัตราการงอกของเล็บ
  • การไหลเวียนของเลือด: เล็บที่ได้รับเลือดไปเลี้ยงอย่างเต็มที่ ย่อมงอกได้เร็วกว่า
  • กิจกรรมที่ทำ: การใช้งานมือหรือเท้าข้างใดข้างหนึ่งมากกว่า อาจทำให้เล็บข้างนั้นงอกเร็วกว่า

Fun Facts น่ารู้ เกี่ยวกับเล็บ!

  • เล็บของคนเรา ประกอบด้วยโปรตีนที่เรียกว่า เคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดเดียวกับที่พบในผมและผิวหนัง
  • เล็บมือข้างที่ถนัดมักจะงอกเร็วกว่าข้างที่ไม่ถนัด
  • เล็บมือนิ้วกลาง เป็นเล็บที่งอกเร็วที่สุด ส่วนเล็บมือนิ้วโป้ง งอกช้าที่สุด
  • เล็บเท้าจะงอกช้ากว่าเล็บมือประมาณ 2-3 เท่า

ถึงแม้ว่าการงอกของเล็บจะเป็นกระบวนการทางธรรมชาติ ที่เราไม่สามารถเร่งให้เร็วขึ้นได้ แต่การดูแลสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรง รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหมั่นดูแลเล็บให้สะอาดอยู่เสมอ ย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพเล็บของคุณอย่างแน่นอน


#เล็บ #สุขภาพเล็บ #เล็บงอก #FunFacts

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...