ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ผลกระทบร้ายแรงและกึ่งร้ายแรงของ Afidopyropen และ Flonicamid ต่อวงจรชีวิตและสรีรวิทยาของแมลงหวี่ขาว Bemisia tabaci MEAM1

ผลกระทบร้ายแรงและกึ่งร้ายแรงของ Afidopyropen และ Flonicamid ต่อวงจรชีวิตและสรีรวิทยาของแมลงหวี่ขาว Bemisia tabaci MEAM1

ผลกระทบร้ายแรงและกึ่งร้ายแรงของ Afidopyropen และ Flonicamid ต่อวงจรชีวิตและสรีรวิทยาของแมลงหวี่ขาว Bemisia tabaci MEAM1

แมลงหวี่ขาว (Bemisia tabaci) นับเป็นศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายแกพืชผลทางการเกษตรทั่วโลก โดยเฉพาะสายพันธุ์กลุ่มตะวันออกกลาง-เอเชีย-แอฟริกา 1 (MEAM1) ซึ่งแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและพัฒนาความต้านทานต่อสารกำจัดศัตรูพืชได้หลากหลายชนิด งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Agronomy, Vol. 14, Pages 1774 มุ่งศึกษาผลกระทบของสารกำจัดแมลงสองชนิด ได้แก่ Afidopyropen และ Flonicamid ซึ่งเป็นสารกลุ่มใหม่ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทแมลง ต่อวงจรชีวิตและสรีรวิทยาของแมลงหวี่ขาว B. tabaci MEAM1

วิธีการศึกษา

การทดลองนี้ดำเนินการในห้องปฏิบัติการ โดยเลี้ยงแมลงหวี่ขาว B. tabaci MEAM1 บนต้นยาสูบภายใต้สภาวะควบคุม (อุณหภูมิ 25 ± 1°C, ความชื้นสัมพัทธ์ 60 ± 5% และความยาววัน-คืน 14:10 ชั่วโมง)

การทดสอบผลกระทบแบบร้ายแรง (Lethal effect) ทำโดยให้สารละลาย Afidopyropen และ Flonicamid ที่ความเข้มข้นต่างๆ กับตัวอ่อนวัยที่ 2 ของแมลงหวี่ขาวโดยวิธีการจุ่ม (Leaf dip method) และบันทึกอัตราการตายของตัวอ่อนหลังจากผ่านไป 24, 48 และ 72 ชั่วโมง

สำหรับการทดสอบผลกระทบแบบกึ่งร้ายแรง (Sublethal effect) ใช้สารละลายที่ความเข้มข้นต่ำกว่าค่า LC50 (ความเข้มข้นที่สามารถฆ่าแมลงได้ 50%) และประเมินผลกระทบต่อพารามิเตอร์ต่างๆ ได้แก่ อัตราการรอดชีวิตของตัวอ่อน, ระยะเวลาการเจริญเติบโต, อัตราการเกิด, ความดกของไข่ และกิจกรรมของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ

ผลการศึกษา

ผลกระทบแบบร้ายแรง

ผลการทดลองพบว่าทั้ง Afidopyropen และ Flonicamid มีผลกระทบแบบร้ายแรงต่อตัวอ่อนแมลงหวี่ขาว B. tabaci MEAM1 โดย Afidopyropen มีความเป็นพิษสูงกว่า Flonicamid อย่างมีนัยสำคัญ

สารกำจัดแมลง LC50 (ppm)
Afidopyropen 0.02
Flonicamid 10.50

ผลกระทบแบบกึ่งร้ายแรง

สำหรับผลกระทบแบบกึ่งร้ายแรง พบว่าสารละลายทั้งสองชนิดที่ความเข้มข้นต่ำกว่า LC50 ส่งผลกระทบต่อพารามิเตอร์ต่างๆ ของแมลงหวี่ขาว B. tabaci MEAM1 ดังนี้

  • ลดอัตราการรอดชีวิตของตัวอ่อน
  • ยืดระยะเวลาการเจริญเติบโตของตัวอ่อน
  • ลดอัตราการเกิดของตัวเต็มวัย
  • ลดความดกของไข่
  • รบกวนกิจกรรมของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ

สรุปและวิจารณ์

จากผลการศึกษานี้ พบว่าทั้ง Afidopyropen และ Flonicamid มีศักยภาพในการควบคุมแมลงหวี่ขาว B. tabaci MEAM1 โดย Afidopyropen มีประสิทธิภาพสูงกว่า Flonicamid ทั้งในด้านผลกระทบแบบร้ายแรงและกึ่งร้ายแรง

อย่างไรก็ตาม การใช้สารกำจัดแมลงอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ปัญหาแมลงดื้อยาได้ ดังนั้น ควรใช้สารกำจัดแมลงอย่างเหมาะสมและมีการหมุนเวียนสารกำจัดแมลงกลุ่มต่างๆ เพื่อป้องกันการดื้อยาของแมลงศัตรูพืช

**Fun Fact:** แมลงหวี่ขาว B. tabaci สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้มากถึง 400 ฟอง ตลอดวงจรชีวิต

#แมลงหวี่ขาว #สารกำจัดแมลง #ศัตรูพืช #การเกษตร

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...