ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สระว่ายน้ำในเยอรมนีประกาศไล่พ่อแม่ติดมือถือ ไม่สนใจดูแลบุตรหลาน เสี่ยงจมน้ำเพิ่มสูงขึ้น

สระว่ายน้ำในเยอรมนีประกาศไล่พ่อแม่ติดมือถือ ไม่สนใจดูแลบุตรหลาน เสี่ยงจมน้ำเพิ่มสูงขึ้น

สระว่ายน้ำในเยอรมนีประกาศไล่พ่อแม่ติดมือถือ ไม่สนใจดูแลบุตรหลาน เสี่ยงจมน้ำเพิ่มสูงขึ้น

ปัญหาการเสพติดสมาร์ทโฟนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงไปทั่วโลก และดูเหมือนว่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุด สระว่ายน้ำหลายแห่งในประเทศเยอรมนีได้ประกาศใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ไล่พ่อแม่ผู้ปกครองที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์มือถือ จนละเลยการดูแลบุตรหลาน จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุเด็กจมน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

จากสถิติพบว่า อัตราการจมน้ำในเด็กเล็กของเยอรมนีเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ เกิดจากพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของพ่อแม่ผู้ปกครองที่มากเกินไป จนไม่สามารถดูแลบุตรหลานได้อย่างใกล้ชิด

เจ้าหน้าที่สระว่ายน้ำแห่งหนึ่งในเมืองมิวนิก เปิดเผยว่า พวกเขาพบเห็นพ่อแม่หลายรายที่เอาแต่จดจ่ออยู่กับโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโซเชียลมีเดีย ดูวิดีโอ หรือแม้แต่ทำงาน จนไม่สนใจดูแลลูกหลานที่กำลังเล่นน้ำอยู่ใกล้ ๆ บางครั้งปล่อยให้เด็กเล็กเล่นน้ำตามลำพังโดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือใด ๆ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่อันตรายอย่างยิ่ง

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ สระว่ายน้ำหลายแห่งจึงประกาศใช้มาตรการเด็ดขาด ไล่พ่อแม่ที่ไม่สนใจดูแลบุตรหลานออกจากบริเวณสระว่ายน้ำ โดยไม่มีการคืนเงินค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น โดยหวังว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นจิตสำนึกของพ่อแม่ ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลบุตรหลาน และลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงลงได้

นอกจากนี้ ทางสระว่ายน้ำยังได้ติดป้ายประกาศเตือน และรณรงค์ให้พ่อแม่ผู้ปกครองตระหนักถึงอันตรายของการใช้สมาร์ทโฟนมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่พาบุตรหลานมาเล่นน้ำ อีกทั้งยังมีการจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการจมน้ำแก่พ่อแม่ผู้ปกครองอีกด้วย

แม้ว่ามาตรการดังกล่าวจะสร้างความไม่พอใจให้กับพ่อแม่บางกลุ่ม แต่ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากคนส่วนใหญ่ในสังคม ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของความปลอดภัยของเด็ก ๆ เป็นอันดับแรก และหวังว่าเรื่องราวนี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้พ่อแม่ทุกคน ได้ตระหนักถึงพิษภัยของการเสพติดสมาร์ทโฟน และหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดมากขึ้น


สถิติเด็กจมน้ำในเยอรมนี จำนวน
ปี 2020 250 ราย
ปี 2021 300 ราย
ปี 2022 380 ราย

ที่มา: สถาบันวิจัย XYZ (ข้อมูลสมมติ)

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหานี้ ไม่ใช่เพียงแค่หน้าที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการรณรงค์ให้ความรู้ สร้างจิตสำนึก ตลอดจนกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมการใช้สมาร์ทโฟนอย่างเหมาะสม และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวอย่างแท้จริง

#สระว่ายน้ำ #เด็กจมน้ำ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...