ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พึ่งรู้ว่าผลไม้ กีวี สามารถ ช่วยเรื่องภูมิแพ้ ได้

พึ่งรู้ว่าผลไม้ กีวี สามารถ ช่วยเรื่องภูมิแพ้ ได้

หลายคนคงรู้จัก “กีวี” ผลไม้รสชาติเปรี้ยวอมหวาน เนื้อสีเขียวสดใส ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง แต่รู้หรือไม่ว่า กีวีไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลไม้ที่อร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีงานวิจัยที่บ่งชี้ว่า กีวีมีส่วนช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ได้อีกด้วย

กีวีกับสารอาหารต้านภูมิแพ้

กีวีอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย แต่สารอาหารสำคัญที่ช่วยเรื่องภูมิแพ้โดยเฉพาะคือ “วิตามินซี” และ “สารต้านอนุมูลอิสระ” โดยวิตามินซีในกีวีจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ลดความไวต่อสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ ขณะเดียวกัน สารต้านอนุมูลอิสระในกีวี เช่น โพลีฟีนอล และ แคโรทีนอยด์ จะช่วยลดการอักเสบ ลดอาการคัดจมูก น้ำริน และอาการภูมิแพ้อื่นๆ ได้

ผลการวิจัยที่น่าสนใจ

งานวิจัยจากประเทศอิตาลีในปี 2003 ตีพิมพ์ในวารสาร “Thorax” ได้ศึกษาผลของการรับประทานกีวีต่อเด็กจำนวน 2,427 คน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่า เด็กที่รับประทานกีวีเป็นประจำมีอาการหายใจมีเสียงหวีดลดลง ไอตอนกลางคืนลดลง และอาการคัดจมูกน้อยลง เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้รับประทานกีวี

นอกจากนี้ งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งจากมหาวิทยาลัย Massey ในประเทศนิวซีแลนด์ พบว่า สารสกัดจากกีวีสามารถช่วยยับยั้งการปล่อยฮีสตามีน ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายหลั่งออกมาเมื่อเกิดอาการแพ้ โดยการยับยั้งการปล่อยฮีสตามีนนี้ จะช่วยลดอาการแพ้ต่างๆ เช่น คัน คัดจมูก น้ำตาไหล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กีวี: เทคนิคการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด

เพื่อให้ได้ประโยชน์จากกีวีอย่างเต็มที่ แนะนำให้รับประทานกีวีสดทั้งผล เนื่องจากจะได้รับวิตามิน เอนไซม์ และใยอาหารอย่างครบถ้วน สามารถรับประทานเป็นของว่างหลังอาหาร หรือจะนำไปทำเป็นสมูทตี้ สลัดผลไม้ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานกีวีในปริมาณที่พอเหมาะ ประมาณ 1-2 ผลต่อวัน เนื่องจากกีวีมีปริมาณโพแทสเซียมสูง การรับประทานมากเกินไปอาจส่งผลต่อผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับไตได้

ข้อควรระวัง

แม้ว่ากีวีจะมีประโยชน์ต่อผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ แต่ก็ควรระวังในผู้ที่มีประวัติแพ้กีวี ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น คันปาก ลิ้นบวม ในรายรุนแรงอาจมีอาการหายใจลำบาก ดังนั้น หากรับประทานกีวีแล้วมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ข้อมูลเพิ่มเติมน่ารู้เกี่ยวกับกีวี

สารอาหาร ปริมาณต่อ 100 กรัม
วิตามินซี 93 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม 312 มิลลิกรัม
ใยอาหาร 3 กรัม
โฟเลต 38 ไมโครกรัม

- รู้หรือไม่ว่า กีวีมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน และเดิมทีเรียกว่า “Yang Tao”

- กีวี 1 ผล ให้พลังงานเพียงแค่ 61 แคลอรี่ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

- กีวีสามารถช่วยในการนอนหลับได้ เพราะมีสารเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยผ่อนคลายและช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น

- นอกจากนี้ เปลือกกีวียังมีประโยชน์ สามารถนำไปทำชาหรือสครับขัดผิวได้อีกด้วย

#กีวี #ภูมิแพ้ #สุขภาพ #ผลไม้

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...