ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เม็กซิโก: แหล่งผลิตอะโวคาโดกว่า 30% ของโลก

เม็กซิโก: แหล่งผลิตอะโวคาโดกว่า 30% ของโลก

เม็กซิโก: แหล่งผลิตอะโวคาโดกว่า 30% ของโลก

คุณทราบหรือไม่ว่า อะโวคาโดที่คุณรับประทาน มีโอกาสสูงมากที่จะมาจากประเทศเม็กซิโก?

ข้อมูลจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ระบุว่า ในปี 2021 เม็กซิโกผลิตอะโวคาโดได้มากถึง 2.4 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของผลผลิตอะโวคาโดทั่วโลก


ทำไมเม็กซิโกถึงเป็นแหล่งผลิตอะโวคาโดที่ใหญ่ที่สุดในโลก?

หลายคนอาจสงสัยว่า อะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เม็กซิโกกลายเป็นผู้ครองตลาดอะโวคาโดโลก คำตอบคือมีปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น...

  • สภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศที่เหมาะสม: เม็กซิโกมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและที่ราบสูง มีสภาพภูมิอากาศที่หลากหลาย ตั้งแต่เขตร้อนชื้นไปจนถึงเขตอบอุ่น ซึ่งเหมาะแก่การปลูกอะโวคาโดหลายสายพันธุ์
  • ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมการปลูกอะโวคาโดที่ยาวนาน: อะโวคาโดเป็นพืชพื้นเมืองของเม็กซิโก มีการปลูกและบริโภคในดินแดนแห่งนี้มานานนับพันปี
  • ความต้องการของตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น: ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อะโวคาโดได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะ Superfood ความต้องการบริโภคอะโวคาโดทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เม็กซิโกขยายพื้นที่เพาะปลูกอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบของอุตสาหกรรมอะโวคาโดในเม็กซิโก

อุตสาหกรรมอะโวคาโดสร้างทั้งผลบวกและลบต่อเม็กซิโก

ด้านบวก ด้านลบ
  • สร้างงานและรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน
  • เป็นสินค้าส่งออกสำคัญ สร้างรายได้ให้กับประเทศ
  • ปัญหาการใช้ทรัพยากรน้ำและที่ดินอย่างไม่ยั่งยืน
  • ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การตัดไม้ทำลายป่า
  • ปัญหาการใช้แรงงานผิดกฎหมายและการเอารัดเอาเปรียบ

Fun Facts เกี่ยวกับอะโวคาโด

  • รู้หรือไม่ว่า จริงๆ แล้ว อะโวคาโดคือผลไม้ ไม่ใช่ผัก!
  • อะโวคาโดมีไขมันสูง แต่เป็นไขมันดีต่อสุขภาพ ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้
  • เม็กซิโกมีเทศกาลอะโวคาโดประจำปี จัดขึ้นในเดือนสิงหาคม

จะเห็นได้ว่า อุตสาหกรรมอะโวคาโดในเม็กซิโก มีเรื่องราวที่น่าสนใจซ่อนอยู่มากมาย และแม้ว่าอะโวคาโดจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ย่อมนำมาซึ่งความรับผิดชอบในการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม


#อะโวคาโด #เม็กซิโก #อาหาร #เกษตรกรรม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...