ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Sydney McLaughlin ปฏิวัติวงการอีกครั้ง ด้วยการทำลายสถิติวิ่งข้ามรั้ว 400 เมตรของตัวเอง!

Sydney McLaughlin ปฏิวัติวงการอีกครั้ง ด้วยการทำลายสถิติวิ่งข้ามรั้ว 400 เมตรของตัวเอง!

โลกต้องตะลึงอีกครั้งกับความสามารถอันเหลือเชื่อของ Sydney McLaughlin ยอดนักวิ่งสาวชาวอเมริกัน วัย 23 ปี ที่สร้างปรากฏการณ์สุดฮือฮาด้วยการทำลายสถิติโลกในการแข่งขันวิ่งข้ามรั้ว 400 เมตรหญิง ของตัวเองลงได้อีกครั้ง สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการกรีฑาโลกเป็นอย่างมาก

เหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นในการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลก ณ กรุงยูจีน รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 McLaughlin วิ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลาอันน่าเหลือเชื่อเพียง 50.68 วินาที ทำลายสถิติโลกเดิมของตัวเองที่ทำไว้ได้ที่ 51.41 วินาที ในการแข่งขันคัดเลือกตัวนักกีฬาโอลิมปิกสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2021 ลงไปอย่างราบคาบ

ไม่ใช่แค่การทำลายสถิติโลกเท่านั้น แต่ McLaughlin ยังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการ ด้วยการเป็นนักวิ่งหญิงคนแรกที่สามารถทำลายกำแพง 51 วินาที ในการแข่งขันวิ่งข้ามรั้ว 400 เมตรหญิงได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรฐานของวงการอย่างก้าวกระโดด และสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นหลังทั่วโลก

ความสำเร็จของ McLaughlin ในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความมุ่งมั่น ทุ่มเท และการฝึกฝนอย่างหนัก โดยเธอได้เริ่มต้นเส้นทางนักวิ่งตั้งแต่อายุยังน้อย และพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนก้าวขึ้นมาติดทีมชาติสหรัฐอเมริกา และคว้าเหรียญทองในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มาครองได้สำเร็จ

การทำลายสถิติโลกครั้งนี้ของ McLaughlin ได้รับการยกย่องจากสื่อมวลชนทั่วโลกว่า เป็นหนึ่งในการแข่งขันกรีฑาที่น่าจดจำที่สุดตลอดกาล และเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของเธอ

หลายคนเชื่อว่า McLaughlin ยังสามารถพัฒนาฝีเท้า และทำลายสถิติของตัวเองลงได้อีกในอนาคต ซึ่งจะเป็นการสร้างความตื่นเต้น และสีสันให้กับวงการกรีฑาโลกอย่างแน่นอน


สถิติ เวลา การแข่งขัน วันที่
สถิติโลกเดิม 51.41 วินาที Olympic Trials สหรัฐอเมริกา 27 มิถุนายน 2564
สถิติโลกใหม่ 50.68 วินาที กรีฑาชิงแชมป์โลก 22 กรกฎาคม 2565


Fun Fact: ทราบหรือไม่ว่า สถิติโลกใหม่ของ McLaughlin เร็วกว่าสถิติโลกของวิ่งข้ามรั้ว 400 เมตรชาย เมื่อ 30 ปีก่อน?

กีฬา กรีฑา

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...