ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

องค์การกาชาดสากลและสภาเสี้ยววงเดือนแดง: แสงสว่างแห่งความหวังในยามวิกฤต

องค์การกาชาดสากลและสภาเสี้ยววงเดือนแดง: แสงสว่างแห่งความหวังในยามวิกฤต

องค์การกาชาดสากลและสภาเสี้ยววงเดือนแดง: แสงสว่างแห่งความหวังในยามวิกฤต

ในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและภัยพิบัติทางธรรมชาติ องค์กรหนึ่งได้ยืนหยัดเคียงข้างผู้ประสบภัย นำพาความช่วยเหลือและความหวังไปสู่ผู้ที่ต้องการมากที่สุด องค์กรนั้นคือ องค์การกาชาดสากลและสภาเสี้ยววงเดือนแดง (ICRC)

จุดเริ่มต้นของมนุษยธรรม

ICRC ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1863 โดย อองรี ดูนัง ชาวสวิส ผู้ซึ่งได้เห็นความทุกข์ทรมานของทหารที่บาดเจ็บจากสงครามที่เมืองซอลเฟorino ประเทศอิตาลี จากประสบการณ์ตรงนี้เอง ดูนังได้เขียนหนังสือ "A Memory of Solferino" ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับการก่อตั้ง ICRC และวางรากฐานของอนุสัญญาสวิสฉบับแรกในปี ค.ศ. 1864 อนุสัญญานี้เป็นก้าวสำคัญในการคุ้มครองผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยในสงคราม และเป็นจุดกำเนิดของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ภารกิจแห่งความเมตตา

ICRC มีภารกิจหลักในการให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสงครามและความรุนแรงอื่นๆ รวมถึงส่งเสริมความเคารพต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยทำงานอย่างเป็นกลาง ยึดหลักมานุษยธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นอิสระจากอิทธิพลทางการเมือง ศาสนา เชื้อชาติ และอุดมการณ์

ตัวเลขสะท้อนความช่วยเหลือ

ในแต่ละปี ICRC ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้คนหลายล้านคนทั่วโลก ตัวอย่างสถิติที่น่าสนใจในปี 2564 ได้แก่:

ด้าน จำนวน
ผู้ได้รับอาหารและสิ่งของจำเป็น กว่า 11 ล้านคน
ผู้ได้รับน้ำสะอาดและสุขาภิบาลที่ดีขึ้น กว่า 6.5 ล้านคน
ผู้ได้รับบริการทางการแพทย์ กว่า 4.8 ล้านคน

Fun Fact น่าทึ่งเกี่ยวกับ ICRC

  • ICRC เป็นองค์กรแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึง 3 ครั้ง ในปี ค.ศ. 1917, 1944 และ 1963
  • สัญลักษณ์ของ ICRC มี 2 แบบ คือ เครื่องหมายกาชาด และ เครื่องหมายเสี้ยววงเดือนแดง
  • ICRC มีอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่กว่า 25,000 คน ทำงานในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

ก้าวต่อไปของมนุษยชาติ

ในโลกที่ความท้าทายด้านมนุษยธรรมทวีความซับซ้อนมากขึ้น ICRC ยังคงมุ่งมั่นที่จะบรรเทาความทุกข์ทรมาน ปกป้องชีวิต และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จากสงครามกลางเมืองในซีเรีย ไปจนถึงภัยพิบัติแผ่นดินไหวในตุรกีและซีเรีย ICRC ยังคงเป็นแสงสว่างแห่งความหวัง ในยามที่โลกต้องการมากที่สุด

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ICRC

#ICRC #มนุษยธรรม #ความช่วยเหลือ #ภัยพิบัติ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...