ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Yahoo!: จาก "Jerry and Davids Guide to the World Wide Web" สู่ตำนานบนโลกอินเตอร์เน็ต

Yahoo!: จาก "Jerry and Davids Guide to the World Wide Web" สู่ตำนานบนโลกอินเตอร์เน็ต

Yahoo!: จาก "Jerry and Davids Guide to the World Wide Web" สู่ตำนานบนโลกอินเตอร์เน็ต

ในยุคที่อินเตอร์เน็ตเพิ่งถือกำเนิดขึ้น และผู้คนยังคงงุนงงกับโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาล สองนักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เจอร์รี่ หยาง และ เดวิด ไฟโล ได้สร้าง "Jerry and Davids Guide to the World Wide Web" ขึ้นมาในปี 1994 มันเป็นเสมือนไกด์บุ๊กนำทางบนโลกออนไลน์ แคตตาล็อกเว็บไซต์ที่จัดหมวดหมู่ไว้อย่างเป็นระเบียบ เพื่อช่วยให้ผู้คนสามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ง่ายขึ้น

ด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว "Jerry and Davids Guide to the World Wide Web" จึงได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น "Yahoo!" ในปีเดียวกัน ซึ่งย่อมาจาก "Yet Another Hierarchical Officious Oracle" ชื่อใหม่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพวกเขาในการสร้างคลังข้อมูลที่เป็นระบบ และครอบคลุมทุกแง่มุมบนโลกอินเตอร์เน็ต จากไดเรกทอรีเว็บไซต์เล็กๆ Yahoo! เติบโตอย่างก้าวกระโดด กลายเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมอันดับต้นๆ ของโลก มีบริการมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อีเมล, ข่าว, ไฟแนนซ์, ช้อปปิ้ง, เกม และอื่นๆ

ยุครุ่งเรืองของ Yahoo!

ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถึงต้นทศวรรษ 2000 ถือเป็นยุครุ่งเรืองของ Yahoo! พวกเขากล้าที่จะลงทุน ซื้อกิจการสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพหลายแห่ง เช่น Flickr, del.icio.us และ Tumblr ทำให้ Yahoo! ครอบคลุมบริการที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างครบวงจร ในปี 2000 Yahoo! มีมูลค่าสูงสุดถึง 125 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นบริษัทอินเตอร์เน็ตที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น

การมาถึงของคู่แข่งและความท้าทายใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม การมาถึงของคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Google ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของโลกอินเตอร์เน็ต Google พัฒนา Search Engine ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วกว่า ส่งผลให้ Yahoo! เสียส่วนแบ่งการตลาดในส่วนของ Search Engine ไปอย่างมาก

นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของ Social Media อย่าง Facebook และ Twitter ยังเข้ามาแย่งชิงพื้นที่และพฤติกรรมของผู้ใช้งานบนโลกออนไลน์ จากเดิมที่ผู้คนเข้ามาหาข้อมูล อ่านข่าว หรือเช็คอีเมลบน Yahoo! เปลี่ยนไปเป็นการติดต่อสื่อสาร แบ่งปันเรื่องราว และสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ บน Social Media แทน

บทสรุปของตำนาน

แม้ Yahoo! จะพยายามปรับตัวและพัฒนาบริการใหม่ๆ แต่ก็ไม่สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในปี 2016 เว็บไซต์และบริการส่วนใหญ่ของ Yahoo! ถูกขายให้กับ Verizon ยุติบทบาทการเป็นบริษัทอินเตอร์เน็ตชั้นนำของโลกอย่างเป็นทางการ

Yahoo!: บทเรียนแห่งการเปลี่ยนแปลง

เรื่องราวของ Yahoo! ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับบริษัทเทคโนโลยี สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะเป็นผู้บุกเบิกและครองตลาดในยุคหนึ่ง แต่หากไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลง ก็อาจถูก disrupt และล้มหายไปจากเวทีโลกได้เช่นกัน

ปี เหตุการณ์สำคัญ
1994 "Jerry and Davids Guide to the World Wide Web" ถูกสร้างขึ้น
1994 เปลี่ยนชื่อเป็น "Yahoo!"
1996 Yahoo! เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
2000 Yahoo! มีมูลค่าสูงสุดถึง 125 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
2016 Verizon ซื้อกิจการ Yahoo!

#Yahoo! #InternetHistory #TechGiants #DigitalRevolution

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...