ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การบริโภคกระท่อมมีผลต่อการควบคุมความเจ็บปวดอย่างไร?

การบริโภคกระท่อมมีผลต่อการควบคุมความเจ็บปวดอย่างไร?

การบริโภคกระท่อมมีผลต่อการควบคุมความเจ็บปวดอย่างไร?

กระท่อม (Kratom) เป็นพืชที่พบได้ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใบของกระท่อมมีสารสำคัญที่เรียกว่า ไมตราไจนีน (Mitragynine) ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง คล้ายกับสารเสพติดกลุ่ม opioid เช่น มอร์ฟีน โดยออกฤทธิ์ต่อร่างกายได้หลากหลาย ทั้งบรรเทาอาการปวด กระตุ้นระบบประสาท และช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

การออกฤทธิ์ต่อการควบคุมความเจ็บปวด

ไมตราไจนีนในกระท่อมออกฤทธิ์โดยตรงต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยจับกับตัวรับ opioid ในสมองและไขสันหลัง ตัวรับเหล่านี้มีหน้าที่ควบคุมความเจ็บปวด อารมณ์ และการหายใจ เมื่อไมตราไจนีนจับกับตัวรับ opioid จะส่งผลให้

  1. ลดการส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมอง ทำให้รู้สึกปวดน้อยลง
  2. เพิ่มการหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยบรรเทาอาการปวดตามธรรมชาติของร่างกาย
  3. ลดการตอบสนองของร่างกายต่อความเจ็บปวด ทำให้อาจทนต่อความเจ็บปวดได้มากขึ้น

จากงานวิจัยพบว่า กระท่อมมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดชนิดต่างๆ ได้แก่

อาการปวด รายละเอียด
ปวดหลังส่วนล่าง งานวิจัยในปี 2016 พบว่า สารสกัดจากกระท่อมมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง
ปวดคอ มีรายงานว่า กระท่อมช่วยลดอาการปวดคอได้ แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องนี้
ปวดจากข้อเข่าเสื่อม มีงานวิจัยเบื้องต้นที่แสดงให้เห็นว่า กระท่อมอาจช่วยลดอาการปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อเข่าในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม

ข้อควรระวังและผลข้างเคียง

แม้กระท่อมจะมีประโยชน์ในการบรรเทาอาการปวด แต่ก็มีข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน การบริโภคกระท่อมในปริมาณมากหรือเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิด

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปากแห้ง ท้องผูก
  • วิงเวียน ง่วงซึม
  • การทำงานของตับผิดปกติ
  • การติดกระท่อม ซึ่งทำให้เกิดอาการถอนยาเมื่อหยุดใช้ เช่น กระวนกระวาย นอนไม่หลับ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

การบริโภคกระท่อมร่วมกับยาหรือสารอื่นๆ อาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา รวมถึงอาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับสารในกระท่อมได้ ดังนั้น ก่อนการใช้กระท่อมเพื่อบรรเทาอาการปวด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ หรือหญิงให้นมบุตร

#กระท่อม #บรรเทาปวด #ไมตราไจนีน #สุขภาพ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...