ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

5 เคล็ดลับในการทำให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดี

5 เคล็ดลับในการทำให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดี

5 เคล็ดลับในการทำให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดี

ผิวพรรณที่อ่อนเยาว์และสุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใดก็ตาม แต่เมื่อเวลาผ่านไป สัญญาณแห่งวัยก็เริ่มปรากฏให้เห็นบนผิวของเรา ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยแห่งวัย จุดด่างดำ หรือผิวที่ขาดความชุ่มชื้น โชคดีที่เรามีเคล็ดลับง่ายๆ ที่สามารถช่วยชะลอวัยของผิว และฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูอ่อนเยาว์และเปลั่งปลั่งได้อย่างเป็นธรรมชาติ

1. ปกป้องผิวจากแสงแดด: ศัตรูตัวร้ายของผิวสวย

แสงแดดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ในแสงแดดทำลายคอลลาเจนและอิลาสติน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่น ส่งผลให้ผิวเกิดริ้วรอย ตีนกา จุดด่างดำ และผิวหย่อนคล้อยได้

งานวิจัยจาก Skin Cancer Foundation พบว่า ผู้ที่สัมผัสแสงแดดเป็นประจำ โดยไม่ทาครีมกันแดดมีแนวโน้มที่จะเกิดริ้วรอยก่อนวัยถึง 90%

ดังนั้นการปกป้องผิวจากแสงแดดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการชะลอวัยของผิว ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน แม้ในวันที่อากาศครึ้ม และควรหลีกเลี่ยงการตากแดดในช่วงเวลา 10.00-16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แสงแดดแรงที่สุด

2. บำรุงผิวอย่างลึกถึงระดับเซลล์ด้วยการนอนหลับ

ขณะที่เรานอนหลับ ร่างกายจะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รวมถึงเซลล์ผิวด้วย การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน จะช่วยให้ผิวได้รับการฟื้นฟู ผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินเพิ่มขึ้น ลดเลือนริ้วรอย และทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์เปล่งปลั่ง

Fun Fact: รู้หรือไม่ว่า ในขณะที่เรานอนหลับ ร่างกายจะหลั่ง Growth Hormone ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ รวมถึงเซลล์ผิว ดังนั้น การนอนหลับอย่างเพียงพอจึงเป็นเหมือนการมอบโอกาสให้ผิวได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่

3. โภชนาการ: กุญแจสำคัญสู่ผิวสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

อาหารที่เรารับประทานมีผลต่อสุขภาพผิวอย่างมาก อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผักใบเขียว และปลาทะเลน้ำลึก จะช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายเซลล์ผิว ส่งผลให้ผิวแก่ก่อนวัย

นอกจากนี้ การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ วันละ 8-10 แก้ว ยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวนุ่มลื่น ไม่แห้งกร้าน

สารอาหาร ประโยชน์ต่อผิว แหล่งที่พบ
วิตามินซี ช่วยสร้างคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอย ส้ม มะนาว ฝรั่ง
วิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อัลมอนด์ เมล็ดทานตะวัน อะโวคาโด
โอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบของผิว ลดสิว ปลาแซลมอน ปลาทูน่า

4. ผลัดเซลล์ผิว: เผยผิวใหม่ที่สดใสกว่าเดิม

การผลัดเซลล์ผิวเป็นประจำ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว เผยผิวใหม่ที่สดใสกว่าเดิม ลดความหมองคล้ำ รอยสิว และจุดด่างดำ ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้น

เราสามารถผลัดเซลล์ผิวได้หลายวิธี เช่น การขัดผิวด้วยสครับ การมาส์กหน้า หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่มีส่วนผสมของ AHA หรือ BHA

5. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับสภาพผิว

สภาพผิวของแต่ละคนแตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับสภาพผิว จึงเป็นสิ่งสำคัญ

ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น ผิวแห้ง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนิค แอซิด ส่วนผิวมัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ oil-free และมีส่วนผสมที่ช่วยควบคุมความมัน

ข้อมูลอ้างอิง:
- Skin Cancer Foundation. (n.d.). Sun damage and your skin. Retrieved from https://www.skincancer.org/prevention/sun-protection/sun-damage-and-your-skin/

#ผิวสวย #เคล็ดลับความงาม #สุขภาพผิว #antiaging

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...