ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ยูคาลิปตัส: มื้อพิษที่โคอาล่าย่อยได้อย่างไร

ยูคาลิปตัส: มื้อพิษที่โคอาล่าย่อยได้อย่างไร

กว่า 20 ชั่วโมงกับการนอนหลับและกิน: ไขความลับระบบย่อยอาหารสุดแปลกของโคอาล่า

หากเอ่ยถึงออสเตรเลีย นอกจากภาพจิงโจ้กระโดดแล้ว ภาพโคอาล่าตัวกลมขนปุยเกาะกิ่งยูคาลิปตัสก็คงเป็นภาพที่ผุดขึ้นมาในหัว แต่รู้หรือไม่ว่า ภายใต้ขนฟูและใบหน้าซื่อๆ เหล่านั้น พวกมันมีระบบย่อยอาหารสุดพิเศษ ที่สามารถเปลี่ยน “ยาพิษ” ให้กลายเป็น “อาหาร” ได้


ยูคาลิปตัส: อาหารชั้นเลิศ...ของโคอาล่าเท่านั้น?

ยูคาลิปตัส เป็นพืชพื้นเมืองของออสเตรเลีย ที่มีมากกว่า 700 สายพันธุ์ แต่โคอาล่าไม่ได้กินมันทุกสายพันธุ์ มีเพียงประมาณ 50 สายพันธุ์เท่านั้นที่เป็นอาหารของพวกมัน และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ใบยูคาลิปตัสมีสารอาหารน้อยมาก แถมยังอุดมไปด้วยสารพิษที่เรียกว่า “แทนนิน” (Tannin) และ “ฟอร์มัลดีไฮด์” (Formaldehyde)

แล้วทำไมโคอาล่าถึงเลือกกินอาหารที่ดูไม่น่ากินแบบนี้? คำตอบคือ “การปรับตัว”

ลำไส้ยาวพิเศษ: อาวุธลับในการย่อยพิษ

โคอาล่ามีลำไส้ caecum ที่ยาวถึง 2 เมตร ยาวกว่าลำไส้ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใกล้เคียงกันมาก ภายในลำไส้ caecum เต็มไปด้วยจุลินทรีย์หลายล้านล้านตัวที่ทำหน้าที่สำคัญ คือ

  • ย่อยสลายสารพิษ เช่น แทนนิน ให้กลายเป็นสารที่ไม่เป็นอันตราย
  • สกัดสารอาหาร แม้มีสารอาหารน้อย แต่จุลินทรีย์เหล่านี้สามารถดึงสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของโคอาล่าออกมาได้

Fun Fact!

- โคอาล่าใช้เวลากินอาหารประมาณ 1-2 ชั่วโมงต่อวัน

- พวกมันถ่ายอุจจาระประมาณ 150-200 ก้อนต่อวัน


มากกว่าแค่การกิน

การกินและนอนของโคอาล่า ไม่ได้เป็นไปเพื่อความอยู่รอดของตัวเองเท่านั้น แต่มันยังส่งผลต่อระบบนิเวศในวงกว้าง

ผลกระทบ รายละเอียด
ควบคุมประชากรยูคาลิปตัส การกินใบยูคาลิปตัสของโคอาล่า ช่วยควบคุมจำนวนต้นยูคาลิปตัส ไม่ให้มีมากเกินไปจนเบียดเบียนพืชชนิดอื่น
แหล่งอาหารของสัตว์อื่น มูลของโคอาล่าอุดมไปด้วยสารอาหารจากยูคาลิปตัส เป็นอาหารของแมลงและสัตว์ขนาดเล็ก

การทำลายป่า ไฟป่า และโรคระบาด ล้วนส่งผลกระทบต่อจำนวนประชากรโคอาล่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในวงกว้างได้ การอนุรักษ์โคอาล่าและถิ่นที่อยู่อาศัย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนควรตระหนัก


#โคอาล่า #ยูคาลิปตัส #ระบบย่อยอาหาร #ออสเตรเลีย

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...