ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

3.7 ปีบนโต๊ะอาหาร: สำรวจเวลาที่เราอุทิศให้กับการกิน

3.7 ปีบนโต๊ะอาหาร: สำรวจเวลาที่เราอุทิศให้กับการกิน

3.7 ปีบนโต๊ะอาหาร: สำรวจเวลาที่เราอุทิศให้กับการกิน

เคยฉุกคิดกันบ้างไหมว่า ตลอดช่วงชีวิตของคนเรา เราใช้เวลากับการกินไปมากน้อยแค่ไหน? คำตอบอาจทำให้หลายคนแปลกใจ เพราะจากการคำนวณพบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว มนุษย์เราใช้เวลากับการกินอาหารไปถึง 3.7 ปี

ตัวเลข 3.7 ปีนี้มาจากการคำนวณโดย BBC ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ระบุว่าโดยเฉลี่ยแล้ว คนเราใช้เวลากินอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีต่อวัน เมื่อคูณด้วย 365 วันต่อปี และคูณด้วยอายุขัยเฉลี่ยที่ 79 ปี ก็จะได้เวลาที่เราใช้ไปกับการกินอาหารตลอดชีวิตคือ 3.7 ปี

เวลาที่มากกว่าการนอนหลับ

สิ่งที่น่าสนใจคือ เวลา 3.7 ปีที่เราใช้ไปกับการกินนั้น มากกว่าเวลาที่เราใช้ไปกับกิจกรรมอื่น ๆ ในชีวิต เช่น การนอนหลับซึ่งใช้เวลาเฉลี่ย 26 ปี หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของชีวิต และยังมากกว่าเวลาที่เราใช้ในการทำงาน ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 13 ปี

วัฒนธรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตที่ส่งผลต่อเวลาการกิน

อย่างไรก็ตาม เวลาที่ใช้ในการกินอาหารนี้ อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น วัฒนธรรมการกินอาหาร รูปแบบการใช้ชีวิต และสุขภาพ ยกตัวอย่างเช่น คนในประเทศฝรั่งเศส ที่ขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรมการกินอาหารแบบสโลว์ไลฟ์ อาจใช้เวลากับการกินอาหารต่อวันมากกว่าคนในประเทศญี่ปุ่น ที่เน้นความเร่งรีบ

Fun Fact

รู้หรือไม่ว่า สัตว์บางชนิดใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตไปกับการกินอาหาร เช่น หมีโคอาลา ใช้เวลากินใบยูคาลิปตัสมากถึง 22 ชั่วโมงต่อวัน!

#อาหาร #เวลา #สุขภาพ #ชีวิตประจำวัน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...